พระกรุวัดคลองขอม  จ.สุพรรณบุรี 



      ขอแนะนำ พระเครื่องดีที่ต้องเก็บ และเป็นของดีจริงที่ไม่ควรมองข้าม   นักนิยมพระเครื่อง คงได้ยินชื่อพระกรุที่เพิ่งแตกกรุมาประมาณสัก๓๐กว่าปีว่าเป็นพระที่อมตะเถระท่านหนึ่งคือ  พระครูวิมลคุณากร หรือที่รู้จักกันว่า หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า  จ.ชัยนาทได้ปลุกเสกไว้        หลวงปู่ศุขเป็นพระเถระที่มีชื่อเสียงว่า มีพลังจิตแก่กล้ามากที่สุดท่านหนึ่งในตำนาน สยามประเทศ   เป็นพระอาจารย์ของชนชั้นปกครองในสมัยที่ท่านดำรงสังขารอยู่มาเป็นศิษย์หลายท่าน     ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันมากที่สุดก็คือ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เรื่องราวของท่านถูกนำมาเขียนเป็นหนังสือ เล่มหนาๆได้หลายเล่ม และมี เรื่องหนึ่งที่กล่าวเหมือนกันคือ ท่านเป็นพระศักดิ์สิทธิ์    ซึ่งรวมไปถึงวัตถุเครื่องรางของขลังที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสก ไว้ ก็เป็นที่เชื่อถือศรัทธา ของ ชาวพุทธแบบไทยๆว่า   มีคุณานุภาพ เป็นอเนกประการ   พระเครื่องหลายแบบที่ท่านปลุกเสกไว้มีอัตราแลกเปลี่ยนสูงลิ่วแบบน่าใจหาย  และยากที่คนทั่วไปจะมีครอบครองได้   จนกระทั่งประมาณปีพ.ศ.๒๕๒๐  ก็มีข่าวว่า    มีพระแตกกรุที่วัดคลองขอม   จ.สุพรรณบุรี  เป็นพระเนื้อผงพิมพ์ต่างๆ  และวงการพระเครื่องร่ำลือ ว่า  เป็นพระเครื่องที่ท่านหลวงปู่ศุข  วัดปากคลองมะขามเฒ่า    อมตเถระได้อธิษฐานจิตปลุกเสกเอาไว้ ซึ่งตอนแรกๆก็มีข้อกังขาต่างๆนานา  ว่าจะจริงหรือไม่   นักนิยมพระเครื่อง บางคนยอมรับ  บางคนไม่ยอมรับ  บางคนยอมรับบางพิมพ์   บางคนก็วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา   ซึ่ง กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดี  มีพระเครื่อง ที่ปลอมแล้วยัดกรุอุปโลกน์ขึ้นต้องเสื่อมความนิยมลง  เพราะความจริงก็คือความจริง     จากประวัติที่ทางวัด คลองขอม ซึ่ง เป็นสถานที่พบพระ ครั้งแรกนั้นบันทึกสืบๆมาว่าเจ้าอาวาสวัดคลองขอมในขณะนั้น คือหลวงพ่ออุ่ม ท่านเป็นศิษย์องค์หนึ่งของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่ออุ่มมักไปมาหาสู่กับหลวงปู่ศุขเป็นประจำ หลวงปู่ศุข ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ก็มักได้รับนิมนต์ให้ไปปลุกเสกพระที่ วัดต่างๆ เช่นวัดอนงคาราม ในกรณีนี้ก็เช่นกัน หลวงปู่ศุข ท่านก็ได้มาช่วยสร้างพระเพื่อหาทุนสร้างพระอุโบสถที่ วัดคลองขอมแห่งนี้   มวลสารที่นำมาเป็นส่วนผสมในการทำพระใช้ผงวิเศษ ว่าน  เกสรดอกไม้ ผงปถมัง ผงอิทธิเจ จากการลบสูตรแบบโบราณ และยังได้นำใบลานเก่ามาเป็นส่วนผสมด้วย ประวัติศาสตร์ส่วนนี้กล่าวกันว่า ขณะที่นำเอาตำราใบลานเก่าที่ชำรุดมาเผา หลวงปู่ศุข  และหลวงพ่ออุ่ม ก็ได้เดินจงกรมทำสมาธิไปรอบๆกองไฟด้วย เชื่อกันว่าผงใบลานนี้ให้ผลทางคงกระพันชาตรี เมื่อสร้างเสร็จ หลวงพ่ออุ่มและหลวงปู่ศุขได้ร่วมกันปลุกเสกเป็นเวลา๑ ไตรมาส (ก่อนเข้าพิธีใหญ่)พิธีพุทธาภิเษกพระที่บรรจุในกรุคลองขอม คะเนว่า ประมาณปี พ.ศ.๒๔๕๖-๒๔๖๐ ในสมัยหลวงพ่ออุ่มเป็นเจ้าอาวาสนั้น เป็นการปลุกเสกหมู่ครั้งใหญ่  โดยมีหลวงปู่ศุข แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า เป็นประธานในพิธี นอกจากนี้ยังมีพระเกจิอาจารย์จากเขตสุพรรณบุรี ชัยนาทและจากที่อื่นๆที่เก่งๆอีกหลายท่าน มาร่วมปลุกเสก แต่ที่รู้จักกันดีได้แก่ หลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว, หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา แม้กระทั่งหลวงพ่อปาน แห่งวัดบางนมโค ก็มาร่วมพิธีนี้ด้วย เพียงแค่นี้ก็ถือได้ว่าสุดยอดแห่งพิธีกรรมแล้ว เพราะพระเกจิที่มาปลุกเสกนั้นถือได้ว่าเข้มขลังและ “เก่งจริง!”  เมื่อคะเนระยะเวลาในช่วงนั้นและสถานที่ คือวัดคลองขอมซึ่งอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นช่วงรอยต่อ ระหว่างชัยนาท  อยุธยา   ก็มีความเป็นไปได้สูงที่พระเกจิอาจารย์ เหล่านี้ จะร่วมในพิธีปลุกเสกด้วย  เนื่องจาก ผู้เป็นประธาน คือ หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า  เป็นพระเถระอาวุโส ซึ่งเป็นที่เคารพในฐานะอาจารย์ของพระเกจิเหล่านั้นแม้อาจจะไม่ได้ศึกษา จากท่านหลวงปู่ศุขโดยตรง    อย่างหลวงพ่อปานวัดบางนมโคก็ให้ความเคารพต่อหลวงปู่ศุขอย่างมาก      พระกรุวัดคลองขอม   จึงเท่ากับมีพระเครื่อง ในสายหลวงพ่อปานวัดบางนมโคไว้ด้วย   หลังจากนั้นก็แจกแก่บรรดาผู้มาร่วมการกุศล กล่าวกันว่า เมื่อโบสถ์สร้างเสร็จ พระผงยังคงเหลืออยู่จำนวนมาก ส่วนเนื้อทองเหลืองเหลือน้อย หลวงพ่ออุ่ม ได้บรรจุพระเข้าในเจดีย์ที่สร้างขึ้นหน้าโบสถ์และใต้ฐานชุกชีพระประธานในโบสถ์ พร้อมกับบันทึกเหล็กจารในแผ่นเงิน ระบุความเป็นมาของพระชุดนี้บรรจุ เข้าไปในพระเจดีย์ด้วย และที่เจดีย์นั้นได้มีการเขียนป้ายปิดไว้ว่าเป็นกรุพระของหลวงปู่ศุข อย่างชัดเจน เมื่อครั้งที่แตกกรุมาใหม่ๆ ประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๒-๒๔ ว่ากันว่าเซียนพระจากส่วนกลางได้เดินทางไปบูชาเหมามาเป็นจำนวนมาก ว่ากันว่าค่อนกรุเลยทีเดียว ต่อมาประมาณสิบกว่าปีที่ผ่านมา ได้มีคนนำมาลงโฆษณาในหนังสือมหาโพธิ์เป็นเจ้าแรก ให้ผู้ที่สนใจตัดบัตรไปแลกซื้อ ต่อมาก็มีข่าวว่ามีหนังสือเล่มอื่นๆ ทำด้วยเหมือนกัน สำหรับสาเหตุการแตกกรุนั้นก็มี เรื่องเล่าเกี่ยวกับการแตกกรุ ได้ฟังจากเซียนใหญ่ที่ได้พระมาตั้งแต่ครั้งแตกกรุใหม่ๆเป็นจำนวนมาก ท่านว่ากรุที่อยู่ใต้พระประธานอุโบสถวัดคลองขอมแตกออกมาเนื่องจากหลังคารั่ว น้ำฝนได้ตกลงมาที่องค์พระเป็นเวลานาน ทำให้ฐานด้านหนึ่งขององค์พระผุและหักล้มลงพิงกำแพง ชาวบ้านต้องช่วยกันยกไว้วางข้างๆตำแหน่งเดิมจึงได้พบกรุที่บรรจุพระพิมพ์เป็นหลุมขนาดใหญ่ สภาพกรุมีสองชั้น พระที่อยู่ชั้นบนผิวพรรณสะอาด ชั้นล่างมีน้ำฝน ไหลซึมผ่าน ขังแล้วแห้งไปๆ เมื่อได้นำพระขึ้นมา ปรากฎมีทั้งดินทรายจับเป็นจำนวนมาก ทางวัดได้นำมากองเรียงๆ ไว้เป็นก้อนใหญ่บ้าง เล็กบ้าง พระมีดินจับอยู่เต็ม และติดกันเป็นก้อน พอจะนับแยกองค์ ก็ต้องเอาน้ำหยอดแล้วเอาเครื่องมือที่พอหาได้ ค่อยๆเซาะพระออกจากกันทีละน้อยๆ ซึ่งแน่นอนพระอาจจะมีตำหนิหรือจะไม่ค่อยสวยเท่าไรนัก    อีกจุดหนึ่งคือกรุพระที่อยู่ภายในเจดีย์ ซึ่งได้ถูกคนร้ายแอบเจาะจนชำรุด ทางวัดจึงได้ปรึกษาคณะ กรรมการทำการเปิดกรุ พบพระเครื่องเหล่านี้บรรจุอยู่มากมาย ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง (กรุงเทพ-สุพรรณและชัยนาท)ต่างก็พามาเช่าหากัน หมดเกลี้ยงเรื่องพิมพ์ทรงพระเนื้อผงกรุวัดคลองขอมที่พบ จะเป็นเนื้อปูนอย่างพระสมเด็จ วัดระฆังฯวัดบางขุนพรหม   ทั้งพิมพ์และขนาดย่อลง แต่ก็ยัง คงลักษณะประภามณฑล หรือพระเจ้าเปล่งรัศมี (ฉรรพณรังสี) ตามแบบ พระหลวงปู่ศุข  อาจารย์ ปรีชา  เอี่ยมธรรม  นักพระเครื่องอาวุโส ได้แสดงทัศนคติในเรื่องนี้ว่า เป็นการจำลองแบบยันต์ องค์ พระหรือ พุทธนิมิต ในตำราของท่าน   พระเนื้อผงกรุวัดคลองขอมเท่าที่พบจำแนกพิมพ์ดังนี้
       พิมพ์ที่๑ พระสมเด็จรัศมี ล้อพระสมเด็จของเจ้าประคุณสมเด็จ แต่องค์พระจะผอมชะลูดและ ขนาดของพระจะบางกว่า เศียรจะเป็นรูปข้าวหลามตัด หูลักษณะแบบบายศรี มีเส้นรัศมีเล็ก ๆ ล้อมรอบสวยงาม ประทับนั่งบนฐานสามชั้น มีซุ้มระฆังครอบที่ด้านนอก มีด้วยกันหลายบล็อก  พิมพ์นี้ชัดเจนไม่ถกเถียงว่าใช่หรือไม่เพราะลักษณะการสร้างแบบพระสอปูนเก่าตัดข้างด้วยมือชัดเจนว่าวิธีการสร้างพระ  อยู่ในยุคนั้น   การตัดด้วยมือ  จะเกิดรอยตัดจากหน้าไปหลังแบบพระสมเด็จ  ขนาด และขอบนอกจึงไม่ตายตัว   แต่ก็มีเอกลักษณ์   นักนิยมพระเครื่อง จะรู้จักพิมพ์นี้ และเล่นหามากที่สุด    เนื่องจากมีเอกลักษณ์เด่นชัด   มีจำนวนมากพอสมควร     สามารถแบ่งออกเป็นสามเนื้อ  เนื้อดำ จัดสร้างจากผงใบลาน ซึ่งได้จากใบลานที่จารอักขระสมัยโบราณที่ชำรุดเผาเป็นเถ้าธุลี คลุกเคล้ากับดินดิบและผงวิเศษและมวลสารต่าง ๆเนื้อขาว จัดสร้างจากดินดิบผสมกับผงวิเศษและมวลสารต่าง ๆเนื้อแดงหรือเนื้อชมพู มวลสารจะเหมือนกับเนื้อขาวแต่ผสมว่านสบู่เลือด (เด่นด้านคงกระพัน) ด้วย

 ๒).พิมพ์พระปิดตา จำนวนการสร้างน้อยกว่าพระสมเด็จรัศมี    เป็นอีกพิมพ์ที่นิยมเล่นหาแต่พบน้อยกว่ามากลักษณะการกดพิมพ์  เป็นแบบโบราณ   
 ๓) พิมพ์พระประธาน เนื้อหาจะเหมือนกับพระปิดตาแต่จะแกร่งกว่าเล็กน้อย พิมพ์นี้เอง ที่ถกเถียง กันว่า เป็นพระที่บรรจุกรุทีหลังหรือไม่เนื่องจากเป็นพระตัดเครื่องซึ่งเป็นวิธีการสร้างพระพิมพ์ในยุคหลัง   พิมพ์ทรงก็แกะชัดเจนกว่า แบบโบราณมาก  ทั้งด้านหลังก็มีการแกะยันต์ สวยงาม   แต่ ศิลป์ พิมพ์ สงสัยว่าเป็นพระต่างยุค  แม้ว่า ในสมัยหลวงปู่ศุขจะมีการแกะพิมพ์เหรียญแล้วก็ตาม  แต่แทบไม่พบพระเนื้อผงที่มีการทำลักษณะเช่นนี้   เซียนพระบางกลุ่มจึงไม่ยอมรับ   ก็ถกเถียงกันต่อไป   อย่างไรก็ตามพิมพ์ประธานนี้ ก็ยังถูกจัด อยู่ในกรุวัดคลองขอม  และ  มีประสบการณ์ไม่แพ้พิมพ์อื่นๆ
 ๔) พิมพ์ขัดสมาธิเพชร พิมพ์นี้จะมีน้อยมาก   ไม่สามารถหาภาพมาประกอบแต่จากการค้นคว้า เอกสารหลายแห่งยืนยันตรงกันว่า มีพิมพ์นี้อยู่จึงบันทึกไว้  
      พระเนื้อผงกรุวัดคลองขอมในช่วงแรกแตกกรุ แล้วฮือฮาระยะหนึ่งก็เงียบไปจนหลายคนลืมเลือนไป เพราะ  แทบไม่พบเห็นพระในสนามความเป็นจริงมีว่าพระกรุคลองขอมจำนวนมากๆ ก็ยังอยู่ในความครอบครองของเซียนหลายท่าน เจ้าละมากๆ ทำให้ไม่เป็นที่แพร่หลายหรือรู้จักเท่าที่ควรเพราะ ไม่มีให้เล่น ที่มีออกมาให้เห็นโดยมากเป็นของเก็บเก่าของชาวบ้าน หรือผู้ศรัทธาในองค์หลวงปู่ศุข ได้ไปเช่าหาเก็บไว้เมื่อครั้งกรุแตก เพื่อนำมาบูชาติดตัวถือได้ว่าไม่ผิดหวังในเรื่องของคุณานุภาพ   ดังที่เคยปรากฏเป็นข่าวบ่อยๆ ทั้งเรื่องแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ หรือยิงฟันไม่เข้า มีหลายคนที่มีปัญหาเดือดร้อนเรื่องการเงิน เอาไปบูชาสวดขอพรทุกคืนก็ประสบผลสำเร็จ หากถ้าคิดจะเก็บจะหาไว้บูชาก็ช่วงนี้ละครับ เพราะราคายังไม่แพง เป็นพระหลักร้อยพุทธคุณหลักแสน ก็ว่าได้!! พระชุดนี้แม้แต่ต่างชาติที่นับถือหลวงปู่ศุข อย่างชาวสิงค์โปร์ มาเมืองไทยทีก็จะกว้านซื้อไปครั้งหนึ่งเยอะๆเหมือนกัน และถ้าพูดถึงในระดับวงการ ประกวดก็มีงานประกวดกันมานานแล้วนะครับ ค่านิยมปัจจุบันยังไม่สูงนักเมื่อเทียบกับคุณค่า แต่เชื่อว่าเมื่อผู้คนได้ทราบข้อมูลว่าหลวงปู่ศุข ท่านได้ปลุกเสก ไว้และเป็นพระเก่ามีอายุเกือบร้อยปี เพราะเนื้อพระท่านเก่าจริง และดีจริงสำหรับเรื่องความเก่า   ไม่เชื่อลองหาพระเนื้อผงหรือเนื้อว่านอายุสัก ๒๐-๓๐ ปี มาเทียบดูจะพบว่าพระกรุคลองขอมนั้นมีความแห้งกว่ากันอย่างมาก
         พระเนื้อผงกรุวัดคลองขอม  ซึ่ง หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า  ปลุกเสกเริ่มยอมรับ สะสมกันมากขึ้น แต่เดิมนั้น    จะสะสมกันในชุดวัดคลองขอมเฉพาะเนื้อโลหะ  ซึ่งมีลักษณะเอกลักษณ์  เด่นชัด   แยกจาก  พระเครื่องเนื้อโลหะในหลวงปู่ศุขวัดปากคลอง มะขามเฒ่า  ซึ่งออกที่อื่นอย่างเด่นชัด    เพราะบางพิมพ์ ก็มีลักษณะ   ศิลป์เรียกว่า “แบก”   คือ  มี รูป ซึ่งสันนิษฐานว่า ครุฑบ้าง หนุมานบ้าง   ยักษ์ บ้าง แบกองค์ พระ   ดูคล้ายพระเครื่องในหลวงพ่อปานวัดบางนมโค  ซึ่งเลื่อมสมัยกัน   ในปูม การปลุกเสก พระเนื้อผงกรุวัดคลองขอมก็เชื่อว่า หลวงพ่อปานวัดบางนมโค  มาร่วมพิธีด้วย  จึงทำให้ศิษย์ในสายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ที่นับถือ ในองค์หลวงพ่อปาน เป็นบุรพาจารย์ ก็ตามเก็บพระชุดนี้เงียบๆ เพราะพระเครื่องเนื้อดินขี่สัตว์ของหลวงพ่อปานก็มีค่านิยมสูงลิ่วเช่นกัน   การห้อยพระเนื้อผงกรุวัดคลองขอม จึงเท่ากับ  ได้ห้อยพระเครื่อง หลายพระคณาจารย์ ทั้งสายหลวงปู่ศุขที่มีหลวงปู่ศุขเป็นประธาน  หลวงพ่ออุ่ม วัดคลองขอม หลวงพ่ออิ่มวัดหัวเขา ผู้สำเร็จมนต์จินดามณี และหลวงพ่อปานซึ่งท่านเป็นพระหมอ และประกาศตนเป็นโพธิสัตว์ อย่างชัดเจน   



      ปัจจุบันพระกรุคลองขอมเริ่มเป็นที่นิยมกันมาก แม้แต่เซียนใหญ่ๆ หลายท่านยังกว้านหาสะสมและบูชาติดตัว ทั้งนี้เพราะมีพุทธคุณเข้มขลัง เอกอุเหลือคณานับ มีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์มาตลอดเพราะมียอดพระเกจิอาจารย์ปลุกเสก ให้ พุทธคุณสูงทางด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี คุ้มครองป้องกันภัย โชคลาภ   อายุการสร้างเกือบร้อยปีนับว่าเป็นของดีที่น่าเก็บจริงๆ “เมื่อเป็นซะอย่างเงี๊ยะ”  จึงนำมาบันทึกไว้ เพื่อให้รีบหารีบเก็บ หรือเจอที่ไหน ก็อย่าให้ผ่านไป แบบของดีที่ต้องเก็บ  .......สวัสดี 


พิมพ์ สมเด็จรัศมี(ประภามณฑล) เนื้อดำ ๒๐ องค์  เนื้อขาว ๒๐ องค์
ท่านที่สนใจ กรุณาโทรสอบถามก่อนนะครับ
ที่ 089-8824311
วัตถุมงคลอุณมิลิต