พระฤาษีโสฬสวังหน้า
พระฤาษีโสฬสวังหน้า


พระฤาษีโสฬส วังหน้า องค์ต้นแบบ

พระฤาษีโสฬส วังหน้า องค์สมบูรณ์


ขอแจ้งข่าว ในโอกาสที่มีการหล่อพระอาพาธพินาศนี้ขึ้น
มีมติสร้างรูปพระฤาษีโสฬสวังหน้า หรือ พระฤาษีทัศมงคลขนาดบูชาขึ้นด้วย
โดยกำหนดใช้เค้ารูปแบบพิมพ์เดิม
กำหนดสร้างด้วยเนื้อปูนผสมผง๑๖องค์(ตามแบบองค์เดิม)
เนื้อโลหะ ๑๖องค์ (หน้าตัก๗นิ้ว)
ซึ่งใช้คติการสร้าง ตามตำราโสฬสนพสูตร ทุกประการตั้งแต่สัดส่วน
“..๒๓๔๑ ผู้ใดคิดถึงลุซึ่งโสดา ถ้าคิดมิได้ ให้เอาที่แร้งกับกากาหนีที่คว่ำ
ให้เอาที่หงาย หนีที่ตายให้เอาที่เป็นผู้ใดคิด ๖ เห็น ได้ทองทุกวัน.....”
อันเป็น เค้ามูลพอบอกได้ว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่โบราณาจารย์ เรียกว่า
“กำเนิดโสฬส” ทำให้มั่งคั่งล้มไม่เป็น เสียไม่ได้
มีแต่ได้ กับ เกิด เป็นต้นกำเนิดโสฬสทุกสายวิชา
ซึ่งพระฤาษีโสฬสนี้ได้เคยสร้างไว้เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน (๒๕๓๔)
พร้อมมีดอาคมโสฬส (ฤาษี๑๖องค์มีดครู๑เล่ม)
พร้อมเหรียญหล่อพระฤาษีโสฬสวังหน้า จำนวน๔๐๐เหรียญ
พระผง๒,๐๐๐องค์ ปรากฏผลอย่างอัศจรรย์พันลึก
ปัจจุบันของมงคลดังกล่าวหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
ที่มีอยู่ได้แก่เหรียญหล่อฯ ก็นำออกให้ทำบุญ เป็นครั้งคราว
เพื่อผลานิสงค์อุทิศให้บูรพาจารย์เท่านั้น
สำหรับในการสร้างครั้งนี้จะประจุของมงคลตามคติ
ถือว่าสมบูรณ์ที่สุด ดีที่สุดเท่าที่เคยมีผู้สร้างมา
โดยบรรจุโสฬส ทนสิทธิ์ทั้ง๑๖ประการ
ทำได้สมบูรณ์กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

เพราะประจุองค์ความรู้ของศาสตร์โสฬสไว้ครบเครื่อง  ไม่ใช่แค่ มนต์โสฬสมงคลที่ใช้กัน ซึ่งเป็นแค่ส่วนเสี้ยวของวิชาโสฬสเท่านั้น เพราะมนต์โสฬส มงคล เป็นแค่การนำลำดับเลขในตารางโสฬสแบบหนึ่งมาสาธยายแบบวรรณสังขยาเท่านั้น   ซึ่งเพียงแค่นั้นก็ยังทรงอานุภาพอย่างมากมาย จนวิชาตะกรุดโสฬส ถูกยกย่องเป็นหนึ่งในสุดยอดตะกรุดของสยามประเทศ วิชาหนึ่ง    รากฐานของโสฬส วิชา เป็นการนับ๑ ถึง๔ ให้ได้จำนวน ๑๖  หนึ่งถึงสี่คือการแทนด้วยธาตุ ดิน   น้ำ  ลม  ไฟ ที่ปรากฏในโลกธรรม ตัวหกเป็นตัวแฝง เปรียบดังวิญญาณธาตุ  ที่แฝงในธาตุทั้งสี่ให้เกิดกาละ  คือชีวิตอินทรีย์   การเรียนวิชาโสฬสจึงเป็นการเรียนรู้ ตั้งแต่เบื้องต้นจนที่สุดของสรรพสิ่ง  ควบคุมธาตุธรรมทั้งปวง เปรียบ  โสฬสคือจักรวาล   ตรีนิสิงเหคือท้องฟ้า และจตุโร คือ ดาวฉาย ที่หมายถึง การแปรรหัส ดาวด้วยเงาฉายของดาวนพเคราะห์ ที่กระทำต่อโลก  เป็นศาสตร์ซ้อนศาสตร์  ภพซ้อนภพ  ตั้งแต่โลกีย  จนถึงการหลุดพ้นขอบเขตของโลกธาตุเข้าสู่โลกุตระ ในเชิงชั้นวิทยาคม  โสฬส นพสูตร เป็นเชิงชั้นโหราศาสตร์ที่ว่าด้วยกฏของมหาจักรวาลมาเป็นวิทยาคม  แบบเหนือชั้น  โสฬส ธรรมเป็น ธาตุว่าง อิสระจาก สหธาตุธรรมอันได้แก่ ดินน้ำลมไฟ    โสฬสธาตุแม้ดำรงอยู่แต่เสมือนไม่มี  จากความไม่มีความว่างปราศจากอัตตานี้เองกลับอัศจรรย์ยิ่งที่ทรงอานุภาพสูงสุด  ดังมหาปราชญ์จีนเล่าจื้อ กล่าวไว้เมื่อเกือบสามพันปี ว่า “ ได้รับประโยชน์จากความมี    แต่กลับใช้ประโยชน์ได้จากความว่าง” 

        การสร้างรูปพระฤาษีโสฬส วังหน้า หรือ พระฤาษีทัศมงคลขนาดบูชาขึ้นด้วย โดยใช้เค้ารูปแบบพิมพ์เดิม  กำหนดสร้างด้วยเนื้อปูนผสมผง ๑๖องค์(ตามแบบองค์เดิม) และเนื้อโลหะ ๑๖ องค์(หน้าตัก ๗ นิ้ว)  ซึ่งใช้ คติการสร้าง ตามตำราโสฬสนพสูตร ทุกประการตั้งแต่สัดส่วน  “..๒๓๔๑ ผู้ใดคิดถึงลุซึ่งโสดา ถ้าคิดมิได้ ให้เอาที่แร้งกับกากาหนีที่คว่ำให้เอาที่หงาย หนีที่ตายให้เอาที่เป็นผู้ใดคิด ๖ เห็น ได้ทองทุกวัน.....”    อันเป็น เค้ามูลที่พอจะบอกได้ว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่โบราณาจารย์ เรียกว่า “กำเนิดโสฬส” ทำให้มั่งคั่งล้มไม่เป็น เสียไม่ได้ มีแต่ได้ กับ เกิด เป็นต้นกำเนิดโสฬสทุกสาย ในการสร้างครั้งนี้จะประจุของมงคลตามคติ  ถือว่าสมบูรณ์ที่สุด ดีที่สุดเท่าที่เคยมีผู้สร้างมา  โดยบรรจุโสฬส ทนสิทธิ์ทั้ง๑๖ประการ  ทำได้สมบูรณ์กว่านี้ไม่มีอีกแล้วเพราะประจุองค์ความรู้ของศาสตร์โสฬสไว้ครบเครื่อง  ไม่ใช่แค่ มนต์โสฬสมงคลที่ใช้กัน ซึ่งเป็นแค่ส่วนเสี้ยวของวิชาโสฬสเท่านั้น เพราะมนต์โสฬส มงคล เป็นแค่การนำลำดับเลขในตารางโสฬสแบบหนึ่งมาสาธยายแบบวรรณสังขยาเท่านั้น   ซึ่งเพียงแค่นั้นก็ยังทรงอานุภาพอย่างมากมาย จนวิชาตะกรุดโสฬส ถูกยกย่องเป็นหนึ่งในสุดยอดตะกรุดของสยามประเทศ วิชาหนึ่ง  รากฐานของโสฬส วิชา เป็นการนับ๑ ถึง๔ ให้ได้จำนวน ๑๖  หนึ่งถึงสี่คือการแทนด้วยธาตุ ดิน   น้ำ  ลม  ไฟ ที่ปรากฏในโลกธรรม ตัวหกเป็นตัวแฝง เปรียบดังวิญญาณธาตุ  ที่แฝงในธาตุทั้งสี่ให้เกิดกาละ  คือชีวิตอินทรีย์  การเรียนวิชาโสฬสจึงเป็นการเรียนรู้ ตั้งแต่เบื้องต้นจนที่สุดของสรรพสิ่ง ควบคุมธาตุธรรมทั้งปวง เปรียบ โสฬสคือจักรวาล   ตรีนิสิงเหคือท้องฟ้า และจตุโร คือ ดาวฉาย ที่หมายถึง การแปรรหัส ดาวด้วยเงาฉายของดาวนพเคราะห์ ที่กระทำต่อโลก  เป็นศาสตร์ซ้อนศาสตร์  ภพซ้อนภพ  ตั้งแต่โลกีย  จนถึงการหลุดพ้นขอบเขตของโลกธาตุเข้าสู่โลกุตระ ในเชิงชั้นวิทยาคม  โสฬส นพสูตร เป็นเชิงชั้นโหราศาสตร์ที่ว่าด้วยกฏของมหาจักรวาลมาเป็นวิทยาคม  แบบเหนือชั้น  โสฬส ธรรมเป็น ธาตุว่าง อิสระจาก สหธาตุธรรมอันได้แก่ ดินน้ำลมไฟ    โสฬสธาตุแม้ดำรงอยู่แต่เสมือนไม่มี  จากความไม่มีความว่างปราศจากอัตตานี้เองกลับอัศจรรย์ยิ่งที่ทรงอานุภาพสูงสุด  ดังมหาปราชญ์จีนเล่าจื้อ กล่าวไว้เมื่อเกือบสามพันปี ว่า  “ ได้รับประโยชน์จากความมี แต่กลับใช้ประโยชน์ได้จากความว่าง”  การสร้างพระฤาษีโสฬส ครั้งนี้ จึงเป็นการฝากวิชา แบบ ครบถ้วนทุกกระบวนโสฬสวิชาไม่ใช่แต่โสฬสสายวังหน้าเท่านั้นรูปพระฤาษีจึงเป็นสมมุติรูปเพื่อสถิตองค์โสฬสที่ไร้รูปและ ควรทราบว่า โสฬส ไม่ใช่แค่การคิดเลขศาสตร์ หรือ โหราศาสตร์ เท่านั้น แต่เป็น การปฏิบัติกรรมฐานแบบหนึ่งซึ่งองค์ภาวนาแตกต่างจากสามัญ และมีผลเหนือสามัญ    


       การสร้างองค์ครูพระฤาษีโสฬส นี้เนื่องจากมีผู้สอบถามมามากจึงขอชี้แจงว่า  เป็นคนละส่วนกับการสร้างของคณะศิษย์ท่านอาจารย์สงวน ฯ   แต่ได้ใช้เค้าพิมพ์ของพระฤาษีทัศมงคลเป็นแบบเช่นเดียวกัน ซึ่งอุณมิลิตประชาสัมพันธ์ รูปแบบนี้มาเกือบสิบปี   ส่วนองค์คุณวิชาที่ประจุ ก็ขอเรียนว่าแตกต่างกัน คณะอาจารย์สงวนท่านก็ทำแบบของท่าน อุณมิลิตก็ทำแบบอุณมิลิต  จึงไม่ได้แอบอ้างแสวงประโยชน์ใดใด หรือ บอกว่าต้องเชื่อ ต้องมาบูชา และอย่าเอาไปเปรียบกับของสำนักไหนๆเป็นคนละวิชาและคนละกระบวนการจัดสร้างครับ  ผู้ที่ยอมรับในข้อมูลก็พิจารณาด้วยตัวท่านเอง  โดยขอชี้แจงว่าการจัดสร้างครั้งนี้ ควบคุมตั้งแต่การปั้นหุ่น  คำนวณทุกส่วนสำคัญเพื่อผลตามคติโบราณ   การหล่อก็กระทำพิธีถูกต้อง  ทั้งการใช้    อัคนีโหตระ(คำนวณฤกษ์ยามโดยระบบของท่าน  ศรีวสันต์ฯ ใช้ พิกัดรุ้ง/ แวงในการคำนวณด้วย )   การโหมกูณฑ์ ด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์ชุบให้เป็นธาตุกายสิทธิ์ตั้งแต่การหล่อ  การตัดฤกษ์เบิกอรุณ โหรที่คำนวณฤกษ์ ผ่านการดูดวงมามากกว่า หมื่นดวง แฝง เคล็ดกลดวงดาวทั้งฤกษ์ฟ้าฤกษ์ดิน  ตามคติโบราณครบถ้วนนะครับ แม้เลขยันต์ที่ใช้ก็ถึงขั้นยันต์สำเร็จหรือ ทนสิทธิ์ยันต์  ศาสตร์ทั้งสุวรรณภูมิ   และ  ศาสตร์โสฬส ที่ประจุอย่างครบสูตร     ในการหล่อเนื้อโลหะ ใช้เนื้อโลหะชนวนศักดิ์สิทธิ์   ซึ่ง มีเลขยันต์ที่กำหนดให้ใช้เฉพาะ  (ยันต์ทนสิทธิ์โสฬส)  แม้ แต่ หุ่นขี้ผึ้งก่อนเข้าดินก็มีมวลสารกำกับในตัวขี้ผึ้งทำแบบหุ่นแต่ละองค์ก็ผสมมวลสาร  และเข้าดินไทยแบบโบราณ จริงๆยากยิ่งขึ้นที่เป็นการหล่อดินไทยขนาดถึง๙นิ้วเลยนะครับ ปัจจุบันแค่หล่อพระกริ่งด้วยดินไทย ก็หนีกันแล้ว เพราะถ้าเชิงช่างไม่เก่งจริง หรือครูเพชรฉลูกัณฑ์ ไม่แรงจริงอาจเสียทั้งหมด  ค่าใช้จ่ายสูงมากเพราะช่างจะคำนวณค่าใช้จ่ายเผื่อ และอาจไม่ได้ชิ้นงานเลยแต่นี่หล่อขนาดบูชาถึง๙นิ้วจึงเป็นเรื่องยากกว่ามากทีเดียว ปัจจุบันการหล่องานโลหะด้วยดินไทยแท้ๆจึงไม่ค่อยมีใครกล้าทำแม้แต่หน่วยราชการ การเข้าพิมพ์หล่อใช้ โคมูตร(ถือเป็นมวลสารมงคลตามคติพราหมณ์) ซึ่งต้องหาโคที่มีลักษณะมงคล แม้ดินที่พอกผสมก็ใช้ดินจอมปลวกที่มีลักษณะมงคลในหนึ่งจอมจะได้ดินชนิดนี้ไม่มากนัก (ใกล้รังนางพญาปลวก) ร่วมกับ มวลสารอื่นๆ ไม่ได้ใช้ปูนฝรั่งสมัยใหม่ผสมแต่อย่างใด (ช่างบางคณะจะใช้ดินฝรั่งพอกในและทับด้วยดินไทยแล้วบอกว่าดินไทยล้วนซึ่งไม่ใช่)  แม้แต่น้ำที่ใช้ก็ผสมในครั้งนี้ก็ใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแหล่งธรรมชาติ  การหล่อพระฤาษีโสฬสครั้งนี้จึงมีคุณค่า ในศาสตร์   ศิลปะ  และ วัฒนธรรม  มีองค์ความรู้ของการจัดสร้างที่ชัดเจน โดยจะไม่พรรณนาถึงคุณวิเศษ ที่จะบังเกิดขึ้นตามคติโบราณไปคิดเอาเองว่า ดี  ควรค่าแก่การบูชาหรือไม่  ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการให้ช่างเก็บรายละเอียดส่งมอบ เพื่อดำเนินการด้านพิธีกรรมต่อไปซึ่งในฉบับหน้าก็จะนำเสนอ เกี่ยวกับศาสตร์โสฬส ที่นำมาใช้ในการสร้างพระฤาษี  โสฬสครั้งนี้


         ยันต์โสฬส นั้น ไม่ได้มีเพียงเท่าที่รู้จักกันเท่านั้น  สายวิชาโสฬส ได้ แตก สายมหายันต์ออกมา หลาย พระยันต์   ตามตารางกลที่คิดได้  แม้จะมีส่วนที่สมมาตร  กันมากมายหลายสิบแบบ แต่ มีบางแบบ เท่านั้นที่นำมาใช้ในการสร้างมณฑลความศักดิ์สิทธิ์ ที่เรียกกันว่า ยันต์     ในส่วนที่พบเห็นกันส่วนมากคือ  ยันต์โสฬสมงคล  ที่ถือเป็นแบบหนึ่งเท่านั้น   โสฬส วิชาเป็นองค์ความรู้ที่ใช้ฝึกเพื่อพัฒนาศักยภาพทางการคิด  ที่เรียกว่า “คำนวณ”  โดยการคำนึงถึง   ระบบจำนวนที่ปรากฏ ซึ่งมีรูปธรรมที่เห็นได้ชัดเจน   กับส่วนที่เป็น  เลขแฝง หรือรหัสแฝงที่พบใน ทุกจำนวน แต่ไม่ปรากฏ  เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทน ช่องว่างระหว่าง ความมีกับไม่มี  คือ ตัวเลข ๐ (ศูนย์)  ซึ่งเป็นได้ทั้งจำนวนทศ  คือ นับสิบ  เป็นจำนวน ที่เพิ่มขึ้นตามรอบการนับ เช่น อักโขภิณี    พินทุ   บุณฑริก  มหากถาน   จนกระทั่งถึงหน่วยนับโบราณสูงสุด ที่เรียกว่า อสงไขย   เป็นการปริมาณ แบบการคูณทศ ไปดั่งคำโบราณท่านสอนในมูลบทบรรพกิจว่า  “แต่ร้อยถึงโกฏินี้แท้ เอาสิบคูณแน่ เร่งรู้หนาอย่าหลงไหล แต่โกฏิถึงอสงไขย  เอาร้อยแสนไซร้  เร่งคูณเข้าอย่าลืมแล”  การหาจำนวนเพิ่ม ด้วย  สิ่งที่ไม่มีตัวตน(ศูนย์)แต่กลับทำให้มีค่าทบทวีได้มหาศาลเป็นอนันต์ นั้นในวิชาโสฬส กล่าวว่า “ให้ตรองตรึกนึกดูให้รู้หลักหนทางมรรคจัตตุราสถาผล ตัวสิบสูญมูลแอบดูแยบยล อย่าฉงนคิดหนึ่งให้ถึงเก้า”และ กล่าวต่ออีกว่า “ผู้ใดรำพึงนับ ๑ถึง ๙ ผู้ใดใจเบาเอา ๙เป็น๑๐....แลลิบเร่งหยิบเร่งยก แอบแฝงตัว ๖ คือ นกหัสดินทร์ ”  คำปริศนา เหล่านี้ผู้ที่ร่ำเรียน ต้องตีความให้กระจ่างแจ้ง ปริศนา เหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาโลกแตกแบบไก่กะไข่อะไรเกิดก่อนกันแต่เป็นปริศนาที่ลึกซึ้งและมีคำตอบ ที่ชัดเจน และที่เขียนถึงนี่  ก็ศึกษามาพอสมควร  เป็นความรู้ที่พิสูจน์ได้จริงๆ  โสฬส ได้ถูกนำมาใช้ในวิชาคาถาอาคมเพียงแค่รหัสเดียวก็เกิดผลมากมาย  สำหรับในการสร้างพระฤาษีโสฬส  ครั้งนี้ก็ได้ใช้องค์ความรู้ ของโสฬสหลายแขนงมาประกอบ   อาทิ ใช้ยันต์  “พฤหัสโสฬส” ที่อาจเรียกกันอีกอย่างว่า “ยันต์โสฬสพระฤาษี” มาประจุ  ซึ่ง พระยันต์ดังกล่าวมีหลักฐานที่ชัดเจน  ความรู้เรื่องตารางโสฬส ถูกนำมาใช้เป็นยันต์ศักดิ์สิทธิ์มากมาย มากว่าพันปี  อาทิยันต์ kaumAra jAla  เป็นรูปแบบโสฬส ยันต์ชนิดหนึ่งก็มีจารึกที่อินเดียมาหลายร้อยปีเช่นกัน
         การสร้างรูปเคารพ  พระฤาษี ทัศมงคล(โสฬสวังหน้า) นั้น เป็นเรื่องประหลาด ในหมู่ศิษย์ผู้ศึกษา น้ำมันโสฬส(วังหน้า) สายครูอุไรว่า  การจะสร้างขึ้นให้มีความละม้ายเหมือนนั้นยากเต็มที  และแม้เป็น องค์ที่ถอดจากแม่พิมพ์เดียวกัน ก็มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด  ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์ บนพระพักตร์ขององค์ครู ซึ่งผู้ที่รับไปให้ลองสังเกตว่า  ใบหน้าของรูปองค์ครูท่าน จะเปลี่ยนไปในแต่ละวันในแบบที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนนับเป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถเห็นประจักษ์ได้ด้วยตัวท่านเอง

 

         ส่วนการกระทำพิธีกรรมก็จะมี โองการเชิญพระฤาษีโดยเฉพาะ   ซึ่งแตกต่างจากที่เผยแพร่กันโดยทั่วไป     สำหรับในการสร้างพระฤาษีโสฬส  ครั้งนี้ก็ได้ใช้องค์ความรู้ ของโสฬสหลายแขนงมาประกอบไม่ใช่แต่เฉพาะสายครูอุไร    แต่ใช้ศาสตร์โสฬส ที่เกือบสูญแล้วมาประกอบวิชา โดยเฉพาะหัวใจเลขโสฬสซึ่งมีผู้ตีความแตกฉานได้น้อยมาก   และถือว่าพระยันต์นี้ เป็นกายสิทธิ์ แบบหนึ่ง การเขียนยันต์โสฬส ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดใด สมบูรณ์ไม่ได้เลย หากไม่รู้ถึงเคล็ดสำคัญของยันต์นี้ แล้วตั้งสูตร ขึ้นก่อนเป็นปฐม ซึ่งใช้ คติการสร้าง ตามตำราโสฬสนพสูตร ทุกประการตั้งแต่สัดส่วน  “..๒๓๔๑ ผู้ใดคิดถึงลุซึ่งโสดา ถ้าคิดมิได้ ให้เอาที่แร้งกับกากาหนีที่คว่ำให้เอาที่หงาย หนีที่ตายให้เอาที่เป็นผู้ใดคิด ๖ เห็น ได้ทองทุกวัน.....”    อันเป็น เค้ามูลพอบอกได้ว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่โบราณาจารย์ เรียกว่า “กำเนิดโสฬส”   ทำให้มั่งคั่งล้มไม่เป็น เสียไม่ได้ มีแต่ได้ กับ เกิด เป็นต้นกำเนิดโสฬสทุกสายวิชา    ฤาษีโสฬสรุ่นนี้ จึงไม่อาจนำไปเทียบกับการสร้างครั้งใดใด โดยเฉพาะยันต์พฤหัสโสฬส ซึ่งถือว่าเผยแพร่แก่สาธารณะเป็นครั้งแรกเป็นยันต์ประตู ฤาษี คือ สามารถผ่านบารมีครูพระฤาษี ได้ ทุก ชั้นฟ้า ชั้นดินฯ ทั่วจักรวาล  จึงทรงคุณแห่งพฤหัส ที่คุ้มโทษภัย ดังโบราณว่า  “ เจ็ดพระเคราะห์จรมาหมายฆ่าฟัน เพราะมีครูป้องกันมันขวัญหนี  องค์ครูศักดิ์สิทธิ์เรืองฤทธี  ปวงไพรี ยกมาระอาใจ”       สำหรับมวลสารที่ใช้บรรจุ ก็เป็นมวลสารที่นับว่ามีประสิทธิคุณ อย่างมาก อาทิ ผงแร่ทองธรรมชาติ ซึ่งฝังในแร่นับล้านปีเรียกกันในหมู่นักเล่นแร่แปรธาตุ ว่าแร่สุวรรณโลหิต ก็บรรจุในองค์พระฤาษีทุกองค์  ซึ่งสามารถขอชมบารมีได้โดย.....


         ผู้รับไปจึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำไปให้เกจิอาจารย์ท่านใดปลุกเสกเพิ่มเติมอีก หรือ นำไปเปรียบเทียบ กับองค์ความรู้ของสำนักอื่นใด  เพราะต่างครู ต่างองค์ความรู้ที่นำมาใช้ประจุฤทธิ์  กล้ากล่าวว่า อาจใช้คำว่า โสฬส เช่นกัน แต่อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกัน  เมื่อลังเลสงสัย ว่าไม่อาจทำได้จริง ก็อย่าติดต่อมาเสียเวลา เปล่าๆ  ไม่เกิดประโยชน์ใดใด ทั้งสองฝ่าย  กำนลที่ตั้งไว้เพื่อมิให้ผู้แรกรับไปนำไปออกให้บูชาต่อในเชิงพานิชเก็งกำไร และต้องการให้ผู้รับไป ปฏิบัติบูชาจริงๆเท่านั้นหากรับไป แล้วตั้งไว้เฉยๆ ก็อย่าติดต่อมาเลย ติดต่อทราบรายละเอียดได้ที่๐๘๑-๒๕๔๙๘๗๗ (ขออภัยที่อาจไม่ให้บางท่านบูชา หากพิจารณา ว่าไม่เหมาะสมผู้ขอบูชา ควรเป็นผู้ถือวิชาโสฬส สายใดก็สายหนึ่ง ผู้ติดต่อขอบูชา ต้อง มอบชื่อสกุล  วันเดือนปีเกิด เพื่อประกอบการพิจารณา ของมงคลนี้ เหมาะกับผู้ที่จะเป็น ผู้สงเคราะห์คนต่อไปภายหน้าอย่าสนเท่ห์เลย สำหรับผู้ที่ เรียนสายโสฬสวังหน้า  กรุณาแจ้งเพื่อบรรจุ มวลสารตามธรรมเนียมสำนัก เป็นกรณีพิเศษ )

ท่านที่สนใจสั่งเช่าบูชาได้ที่ 089-8824311 ครับ
เช่าบูชาทางอีเมล์ได้ที่ web_ounamilit@hotmail.com
ผู้ติดต่อขอบูชา ต้อง มอบชื่อสกุล  วันเดือนปีเกิด เพื่อประกอบการพิจารณา
โอนเงินเช่าบูชาเข้าบัญชีชื่อ ทัศนะ กิ่งกุ่มกลาง
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบางกระบือ เลขบัญชี 018-253396-1