ผงไตรโลกามหาพุทธคุณ





      คติชน เกี่ยวกับการเล่าเรียนวิทยาคม ในตำรา หลักของพุทธาคม สายลุ่มน้ำเจ้าพระยานั้นโดยทั่วไปจะรู้จักกันว่า แบ่งแยกการศึกษาออกเป็น ๕ คัมภีร์หลัก  คือ ปถมัง   ตรีนิสิงเห     อิธะเจ   มหาราช และ  พุทธคุณ   ( แต่ โบราณจะมี การลบผงปฐมอักขระ  ที่เรียกว่าผงกอขอ  หรือ ผงตัวหนังสือใหญ่ อีกแขนงหนึ่งแต่ นักวิทยาคมมักไม่ค่อยกล่าวถึง)   ซึ่งแต่ละคัมภีร์ก็มีการแตกแขนงเป็นสายวิชาต่างๆ อีกมากมาย  จากต้นตำราเดิม  ปถมัง๘วรรค  ก็มีการขยายสูตร เป็น๑๖วรรค  ๓๒วรรคหรือมากกว่า ก็มี  แต่เนื้อหาหลักๆก็ยัง เป็นการเดินวิชาแบบปถมังตัวต้นอยู่ดี เพียงแต่ แปลงสูตร ตั้งแต่ การตั้งฐานขั้นตอนการลบผง และดำเนินไปตามคติ ที่อ้างอิงเข้า สู่ สูญนิพพานตามนัยปถมังเท่านั้น  ส่วนตำราอื่นๆ  ไม่ว่าตรีนิสิงเห    อิธะเจ   มหาราช  พุทธคุณ ก็เป็นการเปลี่ยนตัวตั้ง   ในชั้นฐาน  ของ การลบผง  ส่วนเบื้องปลายสุด ก็เข้าตามลักษณะปถมัง คือ ดึงเข้าสูญนิพพานเช่นเดียวกันนั่นเอง      คัมภีร์ที่โดดเด่นในเรื่อง ใช้ พุทธานุสติ โดยตรงมาทำวิชา ก็คือ  “การลบผงพุทธคุณ”   ซึ่งเมื่อพิจารณา ลึกลงไป วิทยาคมแขนงนี้ บางสำนักก็อาจจะประกอบคติที่อิงเรื่องราวใน ชาดก  หรือ พุทธประวัติที่เรียกว่า  ปฐมสมโพธิกถามาเป็นเนื้อหาในการทำวิทยาคม  ซึ่งถือเป็น เรื่องราวเกี่ยวกับ  พระสมณะโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยตรงด้วย

           ผงพุทธคุณ ถือว่า มีความโดดเด่นในการอัญเชิญพุทธานุภาพมาใช้ในทางวิทยาคม  โดยตรง  การที่เรียก  ว่าผงพุทธคุณ ก็เพราะใช้  พระคาถาสรรเสริญพุทธคุณ  ซึ่งใช้ในการปฏิบัติศาสนกิจของชาวพุทธ  มาประกอบการทำวิทยาคมอิงพุทธ ที่เรียกว่า “พุทธาคม”  ซึ่งแตกต่างจากคติพุทธคุณ ในความหมายของคำสอนศาสนาพุทธ ที่แสดงคุณของพระพุทธเจ้า ประกอบด้วยองค์ คุณ ๓ ประการคือ  บริสุทธิคุณ     ปัญญาธิคุณ   กรุณาธิคุณ  ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการกล่าวถึงคุณสมบัติของมหาบุรุษผู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนการใช้คำ  “พุทธคุณ” ในเชิงวิทยาคม นั้นก็เพราะใช้ คาถาบทสรรเสริญพุทธคุณก็คือ บทสวดสรรเสริญพุทธคุณที่รู้จักกันว่าบทสวดพุทธคุณ  “มหาพุทธาธิคุณ”  ซึ่งมี ๕๖ คำและปัจจุบันก็ยังใช้สวดประกอบในศาสนพิธี คือ
   “  อิติปิโสภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ”   แปลว่า
อิติปิโส ( เพราะเหตุอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ) อะระหัง ( เป็นผู้ไกลจากกิเลส ) สัมมาสัมพุทโธ ( เป็นผู้ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง ) วิชชาจะระณะสัมปันโน ( เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ) สุคะโต ( เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี ) โลกะวิทู ( เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง ) อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ ( เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า ) สัตถา เทวะมนุสสานัง ( เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ) พุทโธ ( เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม ) ภะคะวาติ ( เป็นผู้มีความจำเริญจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้ )
    จะเห็นได้ว่า คติ  พุทธาคมของชาวสยาม  แสดงความเห็นแตกต่างจาก ที่กล่าว ไว้ในหลักศาสนา  ซึ่งคือการขยายความพุทธคุณ ออกไปนี้ เป็นการแสดงนัยแห่งพุทธคุณ แตกต่างกันจาก  พุทธคุณ๓  มาเป็นพุทธคุณ ๙ (คือ นับตั้งแต่บท อะระหัง) กระบวนทัศน์นี้เป็นเงื่อนงำสำคัญ  ของศาสตร์โสฬส นพสูตร ว่า   ทำไมโบราณาจารย์ จึงใช้ เลข๙   เป็นรหัสนัยในการกล่าวถึงคุณหรือ อานุภาพ พระพุทธเจ้า   จะแย้มสักหน่อย ว่า เลข ตัว ๙  นี้ที่แท้เป็นเลขกล  ซึ่งต้องหา  “นิพพานธรรม”  หรือ ต้นธาตุ ในตัวรหัสนัยตัว  ๙ ให้เจอ    ก็จะพบเหตุแห่ง คำว่า   “ทศพล” หรือ  “สิบศูนย์”  (ตามคติกรรมฐานโบราณ)  การเพิ่มกำลังจิตที่เกิดจากการเข้าถึง  ตัวศูนย์  หรือ  นิพพาน (ลองไปคิดตีปริศนานี้ดูนะครับ คิดออกก็จะใช้  บทนวหรคุณ ได้พิสดารกว้างขวางขึ้น  หากคิดไม่ออกก็ไม่เป็นไร โบราณท่านห้ามบอกโดยตรง  เนื่องจาก จะทำให้ผู้รับทราบนั้นคุณวิชาเสื่อมถอย เนื่องจากไม่ตีปริศนาได้เอง ก็จะทำวิชา นวหรคุณ ไม่ขลัง   สู้เอา คาถานวหรคุณ  บทสำเร็จต่างๆไปใช้เลยจะได้ผลกว่า ความรู้นี้เป็นส่วนของผู้ศึกษา ในระดับผู้ต้องการศึกษาในระดับลึกเพื่อต่อยอดความรู้ไปศึกษาศาสตร์อื่นเท่านั้นนะครับ  คิดไม่ออกก็วางไว้   อ่านต่อไป ในเนื้อหาของผงไตรโลกามหาพุทธคุณหรือ ผงพุทธคุณ อิติปิโสแปดทิศ ที่จะกล่าวถึงดีกว่า
       บทสวดสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า นี้ทั่วไป  เรียกว่า  “สรรเสริญพุทธคุณ”  หรือ “อิติปิโสธงชัย” ถือว่าเป็นบทสวดที่มีความเป็นอัศจรรย์ของอักขระแต่ละพยางค์  นักภาษาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญ บาลีสันสกฤต  ยกย่องว่า  มีความสละสลวยใน ฉันทลักษณ์ และเมื่อคำนวณธาตุทางภาษา พบว่ามีความสมบูรณ์อย่างที่สุด   ถึงขนาดกล่าวกันว่า พระคาถาอิติปิโส ทั้ง๕๖คำนี้ ไพเราะอัศจรรย์เกินกว่าสติปัญญาที่มนุษย์สามัญจะทำได้ขนาดนี้   ความพิสดารของพระคาถา สรรเสริญพุทธคุณ (อิติปิโส)  บทนี้  โบราณาจารย์ได้นำมาใช้ในทางวิทยาคม อย่างมากมาย  และ เป็นบทสำคัญที่นำไปทำ วิทยาคุณที่เรียกกันว่า  “การลบผงพุทธคุณ” ซึ่งชั้นต้น  เป็นการตั้งกำเนิดจากวิชา ปฐมอักขระ  ที่เรียกหากันว่า  การลบผงกอขอ  หรือ  ผงตัวหนังสือใหญ่  ซึ่ง  จะเดินวิชาลบผง แบบนี้ไปสู่การลบผงพุทธคุณ อีกทีหนึ่ง บางท่านอาจจะ แสดงความเห็น ว่า การลบผงกอขอ เป็นภาคส่วนของการลบผงพุทธคุณ ก็ได้ แต่บทความนี้  ขอแสดงความเห็นแยก ออกมาเป็นวิชาเอกเทศ อีกวิชาหนึ่งเนื่องจาก  ปฐมอักขระ  เป็น ตัวต้นของการเรียนเวทยาคม  ซึ่งวิทยาคมปฐมอักขระนี้ ไม่ว่าจะนับถืออิงคติ  ศาสนาพุทธ ก็ต้องใช้   กรณีอิงคติ ศาสนาพราหมณ์ ก็มีการศึกษา เช่นกัน   บทความนี้จึงนับ  การลบผงกอขอ หรือปฐมอักขระ เป็นองค์ความรู้ที่แยกส่วนออกมาพิจารณา
         ในชั้นการลบผงพุทธคุณ  ก็จะนับตั้งแต่การตั้งอักขระ สรรเสริญพุทธคุณทั้ง ๕๖ คำ  จะเห็นว่าแต่โบราณนั้นมีการแต่ง  บทพรรณนา ออกคำละ ๓๒  พยางค์เป็นฉันทลักษณ์  หรือร้อยกรอง  เรียกกันว่า  “รัตนะมาลา”  พรรณนานาคุณโดยพิสดาร และกำหนดอุปเท่ห์ ในทางวิทยาคม ด้วย      ซึ่งต่อมาก็มีการแต่งร้อยกรองเพิ่มขึ้นในห้องธรรมคุณ๓๘  (แต่ทางศาสนาพรรณนาคุณพระธรรมไว้๖ประการ) และ สังฆคุณ๑๔ (ศาสนาพรรณนาคุณพระสงฆ์ไว้๙ประการ/ดูหลักสูตรนักธรรมตรีเรียบเรียงโดย พันเอก ปิ่น มุทุกันต์   หน้า ๓๘๘ - ๓๙๐)  เพื่อ ให้เข้าองค์เกณฑ์มงคล ๑๐๘  ซึ่งต่อ มาท่านอาจารย์แปลก  สนธิรักษ์ และคณะ ก็ได้ร่วม ประพันธ์ร้อยกรอง บทสังฆคุณ จนครบคือ ตั้งแต่   สุปฏิปันโน ไปจนถึง  อนุตตรัง  ปุญญักเขตตัง  โลกัสสาติ    รายละเอียดจะข้ามไปนะครับ เพราะมีเรื่องราวอีกมาก ในส่วนคัมภีร์ รัตนะมาลา หากจะเขียนถึง
         ดั้งเดิม นั้นทาง  พุทธาคม  จะใช้คาถา หรือ ร้อยกรอง ที่เกี่ยวกับคุณของพระพุทธเจ้ามาทำวิทยาคม เพราะถือคติที่ว่า  “พุทธบูชา มหาเตชะวันโต”    อธิบายแปลความว่า การบูชาพระพุทธเจ้า จะมีอานิสงค์ ให้มีเดชอำนาจมาก     คาถาบทนี้ผู้สนใจใน คติชน แบบ วิทยาคม  ก็คงคุ้นเคย กันพอสมควรเพราะอยู่ในขั้นต้นๆของ พิธีประณามพจน์บูชาครู  ดังนั้นการสวด เฉพาะบทสรรเสริญพุทธคุณ(อิติปิโส-ภควาติ)  จึงมีคติเชื่อถือว่า ทำให้เกิด ฤทธิ์ อำนาจ (เดช)   พบว่า วิทยาคม บางสาย ในการฝึกฝน ขั้นต้น อาจารย์ก็จะให้สวดคาถาบทอิติปิโสนี้ ตลอดวัน  จนเข้าหัวใจ คือ ถือการภาวนาคาถาบทนี้เป็นปกติ  ขนาดถูกทำให้ตกใจ ก็ยังอุทานวาจา เป็นพระคาถาบทนี้  ซึ่งใน การฝึกแบบพิสดารจะมีการจับคู่ เป็นสองส่วนๆละ ๒๘ คำ (๒๘x๒= ๕๖-จำนวนคำในบทอิติปิโสสรรเสริญพุทธคุณ)นำคำต่างๆ  มาจับคู่ กันเพิ่ม ความยากในการภาวนาเพื่อ เพิ่มกำลังสมาธิ ก็มีหลายกลบท  ในการฝึกภาวนา  เช่น  สร้อยสน   สร้อยมาลา   สกุณาจับเหลี่ยมผา  เป็นต้น
         บทสรรเสริญพุทธคุณหรือ อิติปิโส นี้  ถูกนำมาเขียนเป็นกลบท แบบ อาลักษณ์ เรียงจากบนลงล่าง  อย่างเขียนหนังสือจีน แต่นับเริ่มจากซ้ายไปขวาโดยเรียงแถว  ๘ คำ  ตามอัฏฐทิศ  จะได้ดังนี้       
           เรียงตามทิศ และอัฐเคราะห์  และตั้งชื่อเรียงลำดับดังนี้
บทที่ ๑ ทิศตะวันออก (วันจันทร์ กำลังวัน เท่ากับ ๑๕)  เรียกว่า  คาถากระทู้เจ็ดแบก ว่า " อิระชาคะตะระสา "
บทที่ ๒ ทิศตะวันออกเฉียงใต้  (วันอังคาร กำลังวัน เท่ากับ๘) เรียกว่า คาถาฝนแสนห่า ว่า "ติหังจะโตโรถินัง "
บทที่ ๓ ทิศใต้ (วันพธ กลางวัน กำลังวัน เท่ากับ๑๗)เรียกว่าคาถานารายณ์เกลื่อนสมุทร ว่า " ปิ สัม ระโล ปุ สัต พุท "
บทที่ ๔ ตะวันตกเฉียงใต้ (วันเสาร์ กำลังวัน เท่ากับ ๑๐)เรียกว่าคาถานารายณ์ขว้างจักร ตรึงไตรภพ ว่า “โส มา ณะกะ ริ ถาโธ "
บทที่ ๕ ทิศตะวันตก (วันพฤหัสบดี กำลังวัน เท่ากับ ๑๙)เรียกว่าคาถานารายณ์ตวาดป่าหิมพานต์ ว่า" ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ "
บทที่ ๖ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (วันพุธ กลางคืน กำลังวัน เท่ากับ๑๒)เรียกว่าคาถานารายณ์ถอดจักร ว่า “คะ พุท ทู ทัม วะ คะ "
บทที่ ๗ ทิศเหนือ (วันศุกร์ กำลังวัน เท่ากับ๒๑) เรียกว่าคาถานารายณ์พลิกแผ่นดิน ว่า " วา โธ โน อะ มะ มะวา "
บทที่ ๘ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  (วันอาทิตย์ กำลังวัน เท่ากับ๖)เรียกว่าคาถานารายณ์แปลงรูป ว่า “อะ วิช สุ นุต สา นุส ติ "
อุปเท่ห์ พระคาถาทั้ง๘ และวิธีใช้ โบราณาจารย์ได้พรรณนาไว้มากมาย  ถือเป็น สูตรมาตรฐานที่ เกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียง   ล้วนนับถือ และใช้สาธยายปลุกเสกวัตถุมงคล   จะมองข้ามมิได้เลย พระคาถาแต่ละบทถูกถอดเป็นกลอิติปิโส หรือ มหาพุทธาธิคุณ อีก  หลายชั้น  เช่น กลบทแก้วทรงฟ้าฯ
         อิติปิโสแปดทิศ มีวิธีใช้มากมาย คาถาแต่ละบท สามารถใช้เป็นองค์ภาวนา สู่เดชอำนาจ ได้แบบครอบจักรวาลมิได้จำกัดเฉพาะ แต่ที่ระบุ ในตำราทั่วๆไปที่ถอดเอามาใช้เฉพาะเรื่อง    ดังนั้นในบทความนี้ จึงไม่บรรยายอุปเท่ห์เฉพาะคาถาแต่ละบท  เพราะถือว่าทุกบทก็มีคุณานุภาพแบบครอบจักรวาล  ส่วนท่านที่สนใจก็สามารถค้นคว้าเพิ่มเติมจากเวบอื่นๆ ที่มีการเผยแพร่ เกี่ยวกับ อุปเท่ห์ อิติปิโสแปดด้านหรือ อิติปิโสแปดทิศ อยู่หลายแห่งแล้ว จึงไม่นำมาลงซ้ำ  เนื่องจากจะขอใช้พื้นที่เว็บนำเสนอถึงการลบผง อิติปิโส แบบหนึ่งตามหัวเรื่อง ว่า ไตรโลกามหาพุทธคุณ  ซึ่งโบราณจะเรียกว่า ผงอิติปิโสแปดทิศ ซึ่งจะนำ  คาถาอิติปิโสแปดทิศนี้มาลบผงตามคติคัมภีร์ผงพุทธคุณ  โดยลบผงทั้งหมดได้ แปดห้อง   ขอบรรยายพอสังเขป ดังนี้
ห้องที่๑  กระทู้เจ็ดแบก    ให้ตั้ง คาถากระทู้เจ็ดแบก แล้วถอดคาถาออกทีละตัวจนหรืออักขระตัวเดียวดังนี้

      ผลการถอดพระคาถากระทู้เจ็ดแบก  จะได้คาถา อีก ๒๘  คำดังนี้  
  อิ  ระ  ชา  คะ  ตะ  ระ  สา   อิ  ระ  ชา  คะ  ตะ  ระ   อิ  ระ  ชา  คะ  ตะ   อิ  ระ  ชา  คะ   อิ  ระ  ชา   อิ  ระ  อิ  ”
นำมาลบ ตามนัยคัมภีร์ผงพุทธคุณ  โดย  ถอดอักขระ ๒๘ตัวนี้แต่ละตัว เป็นหัวใจนามพระพุทธเจ้า ๒๘พระองค์ คือ 

        พระคาถาพระเจ้า ๒๘ พระองค์ คือ พระพุทธเจ้า  ที่นับเนื่องจากพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า   เมื่อเป็นพระโพธิสัตว์ บำเพ็ญบารมี ปัญญาธิกะจนบรรลุ ในพระชาติพระสิทธัตถะเป็นพระสมณฌโคดม พบพระสัมมาสัมพุทธพุทธเจ้า มาแล้วถึง ๒๗ พระองค์ (ตั้งแต่เป็นสุเมธดาบส)  และพระองค์ก็ตรัสรู้ มาเป็นองค์ที่  ๒๘ ดังนั้นคติพระเจ้า ๒๘ พระองค์คือ การนับบารมี ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านามพระสมณโคดมที่ต่อสายพุทธวงศ์ กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีตที่ผ่านมา ถึง ๒๗ พระองค์ (แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่บรรลุแล้วมีมากอนันต์ไม่อาจประมาณ  โบราณาจารย์ท่านนับเฉพาะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ที่มีบารมีต่อสายการบำเพ็ญกับพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน   โดยสรุป ก็คือ บารมีการบำเพ็ญของพระสมณโคดมนั่นเอง )
พระพุทธเจ้า ทั้ง ๒๘ พระองค์นี้ ก็คือ
พระตัณหังกรผู้กล้าหาญ                        
พระเมธังกรผู้มียศใหญ่
พระรณังกรผู้เกื้อกูลแก่ชาวโลก
พระทีปังกรผู้ทรงไว้ซึ่งปัญญาอันรุ่งเรือง
พระโกณฑัญญะผู้เป็นประมุขแห่งหมู่ชน
พระมัคละผู้เป็นบุรุษประเสริฐ
พระสุมนะผู้เป็นธีรบุรุษมีพระหฤทัยงาม
พระเรวะตะผู้เพิ่มพูนความยินดี
พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยพระคุณ
พระโนมทัสสีผู้สูงสุดอยู่ในหมู่ชน
พระทุมะผู้ทำให้โลกสว่าง
พระนารทะผู้เป็นสารถีประเสริฐ
พระทุมุตตระผู้เป็นที่พึ่งของหมู่สัตว์
พระสุเมธะผู้หาบุคคลเปรียบมิได้
พระสุชาตะผู้เลิศกว่าสัตว์โลกทั้งปวง
พระปิยทัสสีผู้ประเสริฐกว่าหมู่นรชน
พระอัตถทัสสีผู้มีพระกรุณา
พระรรมทัสสีผู้บรรเทาความมืด
พระสิทธัตถะผู้หาบุคคลเสมอมิได้ในโลก
พระติสสะผู้ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย
พระปุสสะผู้ประทานธรรมอันประเสริฐ
พระวิปัสสสี ผู้หาที่เปรียบมิได้
พระสิขีผู้เป็นศาสดาเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์
พระเวสสภู ผู้ประทานความสุข
พระกกุสันธะ ผู้นำสัตว์ออกจากกันดารตัวกิเลส
พระโกนาคมนะผู้หักเสียซึ่งข้าศึกคือกิเลส
พระกัสสปะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ
พระโคตรมะผู้ประเสริฐแห่งหมู่ศากยราช





        อักษร ต้นพระนามพระพุทธเจ้าทั้ง๒๘พระองค์นี้ถอดมาเป็นหัวใจ  ได้อักขระจำนวน  ๒๘  คำคือ 
ตัง  เม  สะ  ที  โก มัง  สุ    เร  โส  อะ ปะ  นา  ปะ    สุ   สุ   ปิ อะ   ธะ   สิ  ติ  ปุ  วิ     สิ  เว  กุ    โก  กะ   โค
ซึ่งจะมีจำนวนเท่ากับการถอดพระคาถาอิติปิโสแปดด้าน  แต่ละบท  ซึ่งมี  ๗  พยางค์  จนเหลือหนึ่งอักขระโดยการลบผงจะลบแบบถมคือลบ อักขระห้องแรกซึ่งถอดออก ๒๘ ตัวเรียงลำดับทีละตัวโดยเมื่อตัวแรก สำเร็จเป็นองค์ ตัณหังกร(อักขระตัง)  ก็ลบพระนามเป็นองค์พระ  มีจันสูรย์  อุณาโลม   จากนั้นลบองค์พระเข้าสูญนิพพาน   และปรมัตสูญตามลำดับ  สำเร็จตัวแรก ก็ตั้งตัวที่สองต่อ  ถอด จนสำเร็จเป็นองค์  เมธังกร (อักขระเม)  ลบเป็นองค์พระ จากองค์พระเข้านิพพาน  และปรมัตถสูญนิพพานตามลำดับ   จนครบทั้งยี่สิบแปดอักขระ โดยอักขระตัวที่๒๘ ตัวอย่างห้อง กระทู้เจ็ดแบก คือมาเป็นอักขระ อิ อีกครั้ง(กลับธาตุ)  ลบสำเร็จเป็นองค์  โคตระมะ  (อักขระโค) จากนั้น  ลบเข้าสำเร็จเป็นองค์พระ   จากองค์พระ เข้า  นิพพานสูญ   ซึ่งตัวสุดท้าย เมื่อเป็นองค์ โคตระมะ  เสด็จเข้านิพพานสูญ  แล้วยังไม่ ต้องลบ ปรมัตถสูญ   เนื่องจากมีคติว่า  พระศาสนาของพระองค์สมณโคดม ยังดำรงอยู่    



             สำหรับพระคาถาอิติปิโสแปดทิศ บทอื่นๆ ก็ถอดกลวิชา  ออกโดยนัยเดียวกัน กับบทกระทู้เจ็ดแบก ที่ยกตัวอย่างข้างต้นซึ่งอักขระที่เหลือหนึ่งอักขระ ของอิติปิโสแปดด้านนับเป็นอักขระตัวต้นของ แต่ละห้องก็คือ  “อิ  ติ ปิ โส ภะ คะ ว า  อะ”  ซึ่งในที่สุดจะถอด เป็นพระนาม ชื่อ  “โคตรมะ” ตามคติพระเจ้า ๒๘ พระองค์ที่ปรากฏพระนามในเถรวาท ซึ่ง ๒๗ พระองค์ที่ผ่านมา ก็เป็นสายบารมีของพระสมณโคดมสัมมา สัมพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน
      การลบผง พุทธคุณ   จากการถอด อิติปิโส แปดด้านนี้ ทั้ง๘บทจะถอด ได้ ๒๘x๘ =   ๒๒๔ อักขระ   โดยถอดจำนวน  ๒๒๔  กลับมาก็จะได้   ๒+๒+๔= ๘  อีกก็คือกลับ ธาตุมาต้นกำเนิด  ๘ ห้อง ตามเดิม และหาก คิด เอา อักขระถอด ๒๘ ตัว รวมกับหัวใจพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ ก็จะได้๒๘+๒๘=๕๖ คือ จำนวน อักขระในบทสรรเสริญพุทธคุณ ที่มี๕๖คำอีกเช่นเดิม   
        กลบทอิติปิโสแปดทิศ หรือ อิติปิโสแปดด้านนี้   โบราณเชื่อว่า มีคุณานุภาพสุดพรรณนา  เทียบได้กับ โองการพระเจ้าห้าพระองค์  หรือ โองการมหาปทุม   ซึ่งถือว่าเป็นยอดที่สุด ของมนต์องค์การตามคติพุทธาคมสยาม  ผงพุทธคุณอิติปิโสแปดด้านนี้  ยังนำมา ลบเป็นผงยันต์เกราะเพชร  ซึ่งจะมีวิธีการลบผงต่อไปอีก  จนบรรลุขั้น ท้ายสุด คือ   “ยันต์กลับ”  คือ เดินอักขระตามกลวิชาจน กลับมาเป็นพระยันต์เกราะเพชรตามเดิม  นั่นเอง ซึ่งต้องลบผง กลับไปกลับมา หลายสิบครั้งต่อการสำเร็จผงยันต์เกราะเพชร  ๑ รอบเลยทีเดียว ผงวิเศษดังกล่าวได้บรรจุใน พระพิมพ์อันลือลั่นของท่านพระครูวิหารกิจจานุการ  ที่รู้จักกันว่า หลวงพ่อ ปานวัดบางนมโค  นั่นเอง  ซึ่งแต่แรกเดิมทีนั้นการเป่ายันต์เกราะเพชรของท่าน ก็จะ ต้อง เจิมด้วยผงพุทธคุณอิติปิโส แปดทิศที่ลบเป็นยันต์เกราะเพชรนี้ด้วยทุกครั้ง  ในปัจจุบันการลบผง มีผู้กระทำน้อยลงพิธีเป่ายันต์เกราะเพชร จึงมีการดัดแปลง ต่างจาก ที่  เคยกระทำมาแต่ครั้งสมัยหลวงพ่อปาน (ท่านจะเป่ายันต์ผ่านตะกรุดยันต์เกราะเพชร ด้วย นอกจากการเจิมที่หน้าผากด้วยผงพุทธคุณแปดด้าน  ที่นำมาถมเป็นยันต์เกราะเพชรอีกที  


         อนึ่ง ขั้นตอนการลบผง และพระคาถาที่ใช้ ผู้เขียนมิได้นำมาประกอบ เขียนในบทความทั้งหมด เนื่องจากมีเนื้อหามาก หากเขียนถึงก็เป็นตำราเล่มใหญ่ทีเดียว    บทความนี้นำเรื่องผงพุทธคุณอิติปิโสแปดทิศ มาแสดงเพื่อให้เห็นว่า    คติชนชาวสยาม เกี่ยวกับวัตถุมงคลหรือพุทธาคม  แม้มิใช่ แก่นธรรมในพระพุทธศาสนาโดยตรงแต่ชาวพุทธสยามโบราณ แม้มิอาจตัดใจจากคติชนดั้งเดิมที่เคย เชื่อเรื่อง วิชาอาคม ก็น้อมนำ เข้ามาศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยประดิษฐานวิทยาการที่เรียกว่า  “พุทธาคม” ขึ้น อย่างแยบคาย  แสดงให้เห็นถึง ภูมิปัญญาบรรพชน  โบราณ ที่มีความลึกซึ้ง ให้เราได้สัมผัสถึง  ปาฏิหาริย์ แห่งศาสตร์เพื่อปัญญาญาณ ได้อย่างเด่นชัดนับเป็นปาฏิหาริย์หนึ่งเดียวที่สามารถ สัมผัสได้อย่าง ชัดเจนมากกว่าปาฏิหาริย์ เรื่องอื่น    ทั้งนี้ก็เพื่อ การน้อมนำ ชักจูง จากคติชนดั้งเดิม เพื่อเข้า หา พุทธธรรม แบบสร้างสรรค์ โดยกระทำแบบไม่ทำลายเก่าสร้างใหม่ ซึ่งทำให้สังคม ที่รับเอาพุทธศาสนา เข้ามานั้น ยังรักษาเอกลักษณ์ของสังคมตนไว้ได้  โดยได้ทั้งศาสนาและวัฒนธรรมไปพร้อมๆกัน




          ****  สำหรับ  พระพุทธอาพาธพินาศ  เนื้อผง ไตรโลกามหาพุทธคุณนี้  ก็ได้ ใช้มวลสาร ผงพุทธคุณอิติปิโส แปดด้าน และผงยันต์เกราะเพชร   ผสมมากเป็นพิเศษ ประกอบกับผงพุทธคุณ ในเจ้าประคุณสมเด็จโต และหลวงพ่อปานวัดบางนมโค  ตลอดจนพระเกจิอาจารย์ อีกหลายท่าน    ได้สร้างขึ้นและประจุพุทธาคมตามศาสตร์ดั้งเดิม  เรื่องคุณานุภาพ นั้น ก็บอกกันปากต่อปากครับ   เป็นวัตถุมงคล ประเภทใช้ ทำน้ำพุทธมนต์ที่ดีมากทีเดียว   มอบให้ฟรีกับท่านที่ศรัทธาในศาสตร์แขนงนี้ โดยไม่คิดมูลค่าใดใด     สามารถ  ติดต่อขอรับด้วยตนเองได้ที่สำนักงานนิตยสารอุณมิลิต   สำหรับต่างจังหวัด หรือต้องการให้จัดส่งให้โดย www.ounamilit.com  ก็ยินดีดำเนินการให้นะครับ  โดยให้ท่านที่ประสงค์จะได้ไว้  รับผิดชอบเพียง เฉพาะแค่ค่าจัดส่งเป็นพัสดุ ลงทะเบียน เป็นเงิน ๕๐.- บาทเท่านั้น     สำหรับในกรณีที่เช่าบูชาวัตถุมงคลในรายการอื่นๆ ก็จะมอบให้อยู่แล้วนะครับ เพียงแจ้งความจำนงขอรับมาด้วยเท่านั้น  สอบถามรายละเอียดได้ ๐๘๙ - ๘๘๒๔๓๑๑ (สงวนสิทธิ์ ถ้าของหมด โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)