ว่านเพชรแดง
      เรื่องของว่านนั้นมีเคล็ดลับมากมายในการเลี้ยงและการขุดหรือกู้ว่านขึ้นมาใช้ประโยชน์ที่มักมีเรื่องความเชื่ออาถรรพ์มาประกอบด้วยเสมอ ว่านบางชนิดนั้นเชื่อถือว่ามีจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ให้ความคุ้มครองแบบที่เรียกว่า พฤษาเทวา จะดลบันดาลให้ว่านนั้นแสดงอิทธิฤทธิ์ในวันสำคัญต่างๆได้และสามารถเดินหนหรือหายไปจากที่ที่ไม่เหมาะสมได้บางครั้งอาจทำให้อาถรรพ์หรืออานุภาพของว่านนั้นสูญไปซึ่งเรียกปรากฏการณ์นี้เกิดจากสิ่งที่เรียกว่า “เพชรพญาธร” ซึ่งมีนัยความหมายถึงพวกกึ่งมนุษย์ พวกหนึ่งที่มีนิวาสถานอยู่ที่ดินแดนที่เรียกว่า ป่าหิมพานต์เป็นพวกที่บำเพ็ญตบะแบบกึ่งฤาษี มีฤทธิ์จากพระเวทวิชาต่างๆแต่ละตนก็จะมีอำนาจที่แตกต่างกันไป พวกนี้จัดว่าเป็นพวกคลั่งวิชาคือชอบฝึกฝนวิชาเวทมนตราต่างๆ และมักเสาะหาสิ่งวิเศษจากดินแดนต่างๆมาเสริมอำนาจตัวอย่างการสูบเอาพลังวิเศษจากว่านยาต่างๆ

       ดังนั้นความเชื่อนี้จึงแพร่หลายมาสู่ผู้นิยมว่านที่ต้องมีการป้องกันเพชรพญาธรเหล่านี้มารบกวนต้นว่านให้เสื่อมอิทธิฤทธิ์หรือหายไป ความจริงเราก็สามารอนุมานเอาพวกพ่อมดหมอผีหรือผู้สนใจในเรื่องคาถาอาคมบำเพ็ญตนแบบผู้ทรงเวทย์ว่าเพชรพญาธรได้เหมือนกันแต่เป็นแบบกลายๆคือยังไม่เต็มแบบก็ได้ เพราะบางตำราว่านเก่าก็มีการกล่าวถึงหรือบรรยายลักษณะของเพชรพญาธรที่เหมือนกับคนเล่นคาถาอาคมก็มี ความนี้เห็นเป็นสองนัยจึงนำมาแสดงให้ขบคิดแต่มิใช่เพื่อการทุ่มเถียง การป้องกันว่านสมุนไพรเสื่อมอิทธิฤทธิ์นั้นจะมีการกำหนดฤกษ์พานาทีในการเก็บกู้หรือปลูกหัวว่าน และในการเก็บสมุนไพรหรือว่านก็มักมีการเสกคาถาอาคมป้องกันต่างๆนาๆเพื่อป้องกันสิ่งที่เรียกว่าเพชรพญาธรนี่มารบกวน โดยแต่ละพื้นที่ก็มีเรื่องราวของคาถาอาคมเป็นภาษาถิ่นบ้าง เป็นบาลีสันสกฤตแบบสำเนียงท้องถิ่นบ้างอันนี้หมอเฒ่า ไม่กะเกณฑ์ บางคนที่ศึกษาคาถาอาคม ออกความเห็นว่า สำเนียงหรือเสียงต้องไม่เพี้ยน อันนี้เห็นด้วยครับแต่ต้องเป็นภาษาดั้งเดิมเขาอย่างภาษาถิ่น ส่วนภาษาบาลีสันสกฤตที่นำมาเป็นคาถาอาคมนั้นอย่าถกเถียงกันเลยเพราะไม่เห็นมีใครออกสำเนียงถูกต้องตามบาลีเดิมสักรายบางท่านถกเถียงไปก็แสดงภูมิที่อ่อนด้อยเรื่องนิรุกติศาสตร์ที่เป็นส่วนสำคัญในการถ่ายทอดพระเวท ความจริงคอลัมน์นี้จะไม่เข้าเรื่องคาถาให้มากความแต่เพียงอดรำคาญบางท่านที่รู้เพียงงูๆปลาๆแบบเพิ่งหัดเสกของได้ไม่เท่าไรก็ออกความเห็นที่พลอยจะทำให้คนอื่นไข้วเขว อย่างบางคนปล่อยไก่ออกมาว่าว่านบางชนิดอย่างไก่แดง ต้องขึ้นเฉพาะแต่บนเจดีย์อย่างนี้ สงสัยว่าว่านเหล่านี้มันมีมาก่อนพุทธกาลด้วยซ้ำและจะหาเจดีย์ที่ไหนออกลูกออกหลานมาจนปัจจุบัน เรียกว่าปัญญานิ่มมากกว่า ฉบับนี้มีของฝากคือคาถากู้ว่านซึ่งมีหลายตำรา แต่ที่นำมานี่เป็นของเขมรมาแต่ยุคพระเจ้าชัยวรมันที่เจ็ดเห็นแปลกดีเลยนำมาฝากเวลาใช้ให้ภาวนาตอนกู้ว่านยาสมุนไพรเพื่อมิให้เสื่อมฤทธิ์เขาว่าดังนี้.
“ ออม คะเก็งคะกัง คะเก็งการัง เก็งคังสวาหะ” ว่าไปเรื่อยๆขณะหาว่านและกู้ว่านครับทดลองได้ผลดีเลยนำมาบอกต่อ และคาถาทำนองนี้ก็มีทุกภูมิภาคต่างภาษาออกไปว่ากันตามความเชื่อครับ


      ว่านเพชรแดง ที่มีหลายท่านเข้าใจว่าสูญพันธุ์ไปแล้วเพราะไม่ค่อยเห็นในตลาดว่าน แต่ความจริงว่านนี้ ดีจนคนเล่นว่านไม่ยอมนำออกมาเผยแพร่มากกว่าแบบว่านกล่อมนางนอนที่บรรยายสรรพคุณไปแล้ว ลักษณะของว่านเพชรแดงนั้นก็เหมือนว่านทั่วๆไปแต่ต้นเล็กหัวเล็ก โคนใบจะแดงเลยไปบางส่วนของใบด้วย หัวว่านชนิดนี้ไม่ใหญ่มากนักมีบางคนเข้าใจผิดคิดเป็นว่านไก่แดงไปก็มี ยืนยันว่าคนละเรื่องครับแต่สรรพคุณนี่ไม่แพ้กันทีเดียวคือว่านนี้ มีอานุภาพเด่นทางเมตตามหานิยมและอำนวยลาภผล อย่างดีชนิดหนึ่งสมัยโบราณจะเก็บหัวว่านไว้ติดตัวกันคุณไสยต่างๆและเป็นเสน่ห์ด้วย ชนิดที่เรียกว่า กวางเหลียวหลังคือนางเหลียวเลย โบราณจะนำหัวว่านมาผสมกับสีผึ้งหรือน้ำมันหอมซึ่งจะให้ดีนิยมใช้กลิ่นดอกไม้ป่าอย่างดอกเอื้องป่าบางชนิดจะต้องโฉลก แต่.....


(สามารถติดตามละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิตยสารอุณมิลิต ฉบับที่ ๑๗ เดือนตุลาคม ๒๕๔๗)