บ่อเหล็กน้ำพี้แห่งเมืองพระยาพิชัย
อุณมิลิตสัญจรในฉบับนี้ขอนำท่านท่องเมืองพระยาพิชัยดาบหัก หรือจังหวัดอุตรดิตถ์นั่นเองครับ จังหวัดนี้มีชื่อเสียงมากในเรื่องของเหล็กที่มีความเหนียว และความแกร่งเป็นอย่างมาก สถานที่ที่จะนำท่านไปนี้เป็นบ่อเหล็กน้ำพี้ที่เมื่อครั้งสมัยโบราณกาล บรรพบุรุษของเราได้นำเหล็กบริเวณตรงนี้ไปตีเป็นดาบ เป็นอาวุธ เพื่อใช้ในการปกป้องบ้านเมืองจากเหล่าศัตรูที่เข้ามารุกรานประเทศไทย และที่สำคัญยังนำเหล็กจากสถานที่แห่งนี้ไปตีเป็นพระแสงดาบ และพระขรรค์ถวายให้กับพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เหล็กน้ำพี้เป็นเหล็กโบราณที่มีคุณภาพดี ที่สำคัญมีเพียงแห่งเดียวในโลก อยู่ที่บ้านน้ำพี้ ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ประมาณ ๔๐ กิโลเมตร

    ปัจจุบันจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ดำเนินการพัฒนาปรับปรุงบ่อเหล็กน้ำพี้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด และเป็นสถานที่สักการะบูชาศาลเจ้าพ่อบ่อเหล็กน้ำพี้ของประชาชน โดยในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ นายชัยพร รัตนนาคะ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้พิจารณาเห็นว่า บ่อเหล็กน้ำพี้เป็นแหล่งแร่ธรรมชาติที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เห็นสมควรที่จะปรับปรุงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน จึงได้จัดทำโครงการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวบ่อเหล็กน้ำพี้ โดยดำเนินการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์เหล็กน้ำพี้ เพื่อเป็นการจัดแสดงกรรมวิธีการขุดหาแร่เหล็ก การถลุงเหล็ก การตีเหล็ก และแสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเหล็กน้ำพี้ พร้อมกันนี้ยังได้ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์บริเวณบ่อเหล็กน้ำพี้ให้เรียบร้อยและสวยงามเป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่น ซึ่งการดำเนินงานแล้วเสร็จ และทำพิธีเปิดในวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๒ โดยใช้ชื่อว่า "พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้"


   พิพิธภัณฑ์จะสร้างอยู่บนเนินดินยกสูงขึ้นเป็นระดับแต่ไม่สูงมาก เมื่อเข้ามาถึงพิพิธภัณฑ์ก็จะพบกับป้อมรักษาการณ์ตรงทางเดินขึ้น ส่วนค่าธรรมเนียมเข้าชมนั้นแล้วแต่จิตศรัทธาครับ ไม่ได้เรียกร้องกะเกณฑ์อะไร จะมีกล่องรับบริจาคเงินวางอยู่หน้าป้อม เมื่อเดินผ่านมาแล้วทางซ้ายมือจะเป็นอาคารจัดแสดง ลักษณะอาคารเป็นแบบเปิดโล่งด้านหน้า อ้อ! ลืมเล่าไปอย่างครับ เค้าจัดสวนหย่อมบริเวณหน้าอาคารและสร้างอาคารได้สวยงามมาก ขอบอกเหมือนรีสอร์ทเลยครับท่าน ด้านในอาคารเป็นรูปปั้นจำลองของช่างตีเหล็ก โดยจัดแสดงเป็นชุดๆ ซึ่งเป็นการแสดงเริ่มตั้งแต่กรรมวิธีการขุดหาแร่เหล็ก การนำเหล็กมาถลุง และการนำเหล็กที่ถลุงแล้วมาตีเป็นอาวุธ และรวมไปถึงเครื่องใช้ต่างๆ ส่วนช่องจัดแสดงสุดท้ายเป็นการแสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเหล็กน้ำพี้ ที่พื้นยังมีก้อนแร่เหล็กน้ำพี้ขนาดใหญ่ให้ชมอีกด้วย ถ้าต้องการทราบประวัติความเป็นมาก็สามารถหาอ่านได้ เพราะด้านในยังมีป้ายแสดงประวัติการก่อตั้ง รายนามผู้บริจาค เมื่ออ่านประวัติกันพอสังเขปแล้วก็เดินออกจากอาคารจัดแสดง ตรงขึ้นเนินไปอีกเล็กน้อยก็จะพบศาลเจ้าพ่อพระขรรค์ เจ้าพ่อพระแสง ศาลเจ้าพ่อฯ เป็นที่เคารพสักการะจากประชาชนในละแวกนั้น เนื่องจากเชื่อว่าเจ้าพ่อศักดิ์สิทธิ์มาก ซึ่งก็สังเกตได้จากชาวบ้านในละแวกนั้นไปกราบสักการะอย่างไม่ขาดสาย ศาลหลังนี้เป็นศาลใหม่ ถูกสร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ลักษณะเป็นอาคารทรงไทยชั้นเดียวตั้งอยู่บนเนินดินสูง โดยได้รับการสนันสนุนงบประมาณจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

(สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิตยสารอุณมิลิต ฉบับที่ ๑๘ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๗)