แก้วพิรุณแสนห่า

      เมื่อครั้งที่ผมได้ไปเยี่ยมคุณศักดิ์ รัตนชัย นักวิชาการผู้ทรงความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จังหวัดลำปาง ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับแก้วโป่งข่ามหลายชนิดซึ่งเป็นแก้วที่หายากและมีราคาค่อนข้างสูง คราวนี้จึงขอเล่าถึง "แก้วพิรุณแสนห่า" ขอท้าวความคือตั้งแต่โบราณมาแล้วที่มีใช้คาถาพิรุณแสนห่าอย่าง เช่น คาถา อิติปิโส ๘ ด้าน คาถาฝนแสนห่า หรือยันต์ฝนแสนห่า ส่วนทางเหนือเองยังได้ใช้คาถานี้ในการลงยันต์ตระกรุดและเทียนบูชาต่าง ๆ คาถานี้นับได้ว่าเป็นคาถาที่มีอานุภาพสูงสามารถใช้ได้พันช่องคือเรียกว่าทุกทางแบบครอบจักรวาล เหตุที่มีความสำคัญนั้นก็เพราะว่าเป็นคาถาที่ใช้ในด้านคุ้มครอง คงกระพัน ชาตรี หลีกพ้นเคราะห์ภัย เปรียบได้แม้อาวุธมาดังห่าฝน ถึงแสนห่า(ห่าเป็นมาตราวัดปริมาณน้ำฝนของคนโบราณหนึ่งห่าเท่ากับปริมาณน้ำฝน ๑๐๘ บาตรพระ) ก็มิอาจทำอันตรายให้แก่ผู้ใช้ได้ คาถาฝนแสนห่าเมื่อได้มีการนำมาใช้คู่กับ "แก้วพิรุณแสนห่า" ที่กำลังจะกล่าวถึงนี้ จะทำให้แก้วมีอานุภาพมากยิ่งขึ้น

      แต่เนื่องจากมีความเข้าใจกันอย่างผิด ๆ ว่าแก้วพิรุณแสนห่านี้คือแก้วขนเหล็กบ้าง ขนเหล็กตันบ้าง อันเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องตามลักษณะนัก และผู้เขียนเท่าที่ได้ศึกษาและพบเห็นแก้วโป่งข่ามมามากมาย และตามตำราที่ได้กล่าวอ้างอิงพร้อมกับคำสนับสนุนจาก คุณศักดิ์ รัตนชัยแล้วผู้เขียนมีความเห็นว่าแก้วพิรุณแสนห่านั้นจะมีลักษณะคือ ลักษณะเส้นสายฝนจะพุ่งลงมาจากด้านบนลงสู่ด้านล่างซึ่งก็คล้ายกลับฝนที่ตกลงมาเป็นริ้ว ๆ เส้นแร่เหล่านี้จะเป็นเส้นเล็ก ๆ ไม่เกินเส้นผม อาจจะตกลงมาตรง ๆ หรืออาจจะทะแยงข้างได้บ้างเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับเส้นนอนตามทางขวาง สีสันของเส้นฝนจะมีหลายสีเช่น สีดำที่เราเรียกกันว่าขนเหล็ก สีทองเรียกว่าไหมทอง สีเขียวเรียกกันว่าเข็มมรกต และที่หายากมากที่สุดและราคาแพงมากก็คือ สีฟ้า แต่ลักษณะของเส้นขนสีฟ้าจะไม่เป็นเส้นขนใหญ่เหมือนเส้นขนแบบอื่น ๆ แต่จะเป็นริ้วบางเหมือนกับแพรด้ายบาง ๆ เบาที่แผ่ออกมาเป็นผืนสาย เรียกกันได้อีกอย่างหนึ่งว่าแก้วสีฟ้า ( ฟ้าแรบางชนิดที่แรวิ่งเข้าตามตำราก็ได้ ) ดูแล้วเหมือนกับเวลาที่ฝนตกแดดออกเช่นนั้น แต่ต้องระวังนะครับอาจจะมีการนำเอาแก้วขนเหล็กบางลักษณะมาแอบอ้างได้ว่าเป็นแก้วพิรุณแสนห่าจึงต้องสังเกตให้ดีนะครับ



       แก้วอีกอย่างที่คล้ายกับ "แก้วพิรุณแสนห่า" ก็คือแก้วสีฟ้า แต่แก้วสีฟ้าแบบนี้จะต้องเป็นสีฟ้าที่เป็นสีฟ้าแรเท่านั้น แต่ลายเส้นที่ปรากฏจะไม่เหมือนกันลายเส้นจะเป็นเสี้ยนคล้ายเสี้ยนไม่ไผ่และจะเป็นตามแนวขวาง แก้วสีฟ้านี้ถือว่าเป็นแก้วที่ราคาสูงมาก ในอดีตยุคที่โป่งข่ามกำลังรุ่งเรืองนั้นการเล่นหานับได้ว่าแก้วสีฟ้าจะหายากและมีราคาแพงที่สุด ลองคิดดูนะครับเมื่อ ๓๐ ปีก่อนราคาเม็ดที่สวย ๆ ราคา ๒๐,๐๐๐ - ๓๐,๐๐๐ บาท ก็ยังมีคนแย่งกันซื้อ แต่มีเม็ดหนึ่งที่ผู้เขียนเองเคยเห็นและพูดได้ว่าสวยชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนั้น ภายในแก้วจะมีเส้นสายสีฟ้าบาง ๆ คล้ายกับสายฝนที่โดนลมพัดเวลาเรามองเห็นไกล ๆ จะมองเห็นได้ถึงความอ่อนเบาสวยมาก ๆ ครับ คนขายเล่าให้ฟังว่าเป็นของเก่าที่เก็บมานานมาก เป็นของตกทอดกันมาหลายรุ่น และจะเก็บไว้ให้ลูกหลานดูเพราะหาไม่ได้อีกแล้ว พอจะถามถึงราคาเจ้าของก็บอกว่ามีคนเคยเอาเงินมาให้ตั้งสองหมื่นแต่แกไม่ยอมขายเพราะว่าหาไม่ได้อีกแล้ว ผู้เขียนจึงได้แต่ถ่ายรูปเก็บเอาไว้ไม่กล้าถามอะไรอีก

      ส่วนแก้วพิรุณแสนห่าที่นำมาให้ได้ดูกันในฉบับนี้มีความแปลกพิศดารอยู่อย่างหนึ่งนั่นก็คือเป็นแก้วที่ได้สหชาติกันถึง ๓ อย่าง คือมีทรายคำ , ปวกเขียว , และเส้นใหมสีฟ้า

(สามารถติดตามละเอียดเพิ่มเติมได้ในพ๊อกเก๊ตบุ๊ค อุณมิลิต ฉบับพิเศษ มณีรัตนะจากแม่พระธรี)