เที่ยวโบสถ์มหาอุดม์
     อุณมิลิตสัญจรในฉบับนี้ยังคงอยู่แถวๆ จังหวัดสมุทรสาครครับ และก็ตามที่ได้เกริ่นไว้ในฉบับที่ ๒๐ แล้วครับว่าจะพาไปนมัสการหลวงพ่อมหาอุตม์ และชมโบสถ์มหาอุดที่มีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย เอาล่ะครับเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า วัดที่กล่าวถึงนี้ก็คือ "วัดนางสาว" ตั้งอยู่ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งวัดนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงวัดหนึ่งของจังหวัดเลยทีเดียว ก็เนื่องจากความพิเศษที่มีอยู่ที่วัดนี้ในหลายๆ อย่าง อาทิเช่น ความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูป โบราณสถานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาณาบริเวณวัดสามารถใช้เป็นสถานที่พักผ่อนได้อย่างร่มรื่น และอุทยานมัจฉา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลกันมาเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดหยุดนักขัตฤกษ์หรือวันเสาร์อาทิตย์คนจะเยอะมากเป็นพิเศษครับ เรียกว่าหาที่จอดรถแทบไม่ได้เลยทีเดียว ทั้งผู้คนหรือร้านค้าขายของเต็มวัดไปหมด

      วัดนางสาวนี้ยังได้รับยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างปี ๒๕๑๓ และปัจจุบันทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังจัดให้วัดนางสาวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในกลุ่ม UNSEEN THAILAND และลงเผยแพร่ในดวงตราไปรษณียากรด้วย วัดนางสาวนั้นเดิมเป็นวัดร้างเก่าแก่มาก จนไม่อาจทราบประวัติความเป็นมาที่แท้แน่นอนได้ว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา โดยมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่ามีหญิงสาวพี่น้องคู่หนึ่ง หนีภัยสงครามในสมัยอยุธยา ได้ลี้ภัยเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในพระอุโบสถหลังนี้ และด้วยความกลัวจึงได้อธิษฐานขอพึ่งบารมีต่อองค์หลวงพ่อมหาอุตม์ในพระอุโบสถขอให้พ้นภัย เมื่อพอพ้นภัยสงครามแล้ว ด้วยความศรัทธาเลื่อมใสในความศักดิ์สิทธิ์ขององค์หลวงพ่อมหาอุตม์ หญิงสาวพี่น้องจึงตั้งจิตเจตนาที่จะบูรณะซ่อมแซมทำนุบำรุงวัดและพระอุโบสถหลังนี้ให้ดียิ่งขึ้น และเมื่อกาลเวลาผ่านไป หญิงสาวผู้พี่เห็นว่าวัดนี้เก่ามาก และทรุดโทรมเกินกว่าจะบูรณะซ่อมแซมให้ดีได้ เวลาต่อมาหญิงสาวผู้พี่ก็ได้แต่งงานกับเศรษฐีคนหนึ่ง และได้ย้ายไปอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งถัดไป หญิงสาวผู้พี่จึงคิดและสร้างวัดใหม่ขึ้นมาแทน ซึ่งอยู่ทางเหนือจากวัดนี้ไป และตั้งชื่อว่า "วัดกกเตย" แต่ปัจจุบันได้ร้างไปนานแล้ว ส่วนน้องสาวยังคงตั้งเจตนามั่นที่จะบูรณะซ่อมแซมวัดนี้ต่อไป ด้วยแรงศรัทธาเลื่อมใสจึงปาวารณาตัวไม่ขอมีคู่ตลอดชีวิตมุ่งมั่นพัฒนาวัดแห่งนี้ให้ดียิ่งๆขึ้นไป และได้ตั้งชื่อวัดนี้ว่า "วัดพรหมจารีย์ราม" แต่ชาวบ้านชอบเรียกว่า "วัดน้องสาว" ภายหลังเรียกเพี้ยนมาเป็น "วัดนางสาว" จนกระทั่งกลายมาเป็นชื่อวัดในปัจจุบัน

     วัดนางสาวปัจจุบันมีพระครูธรรมรัต ชวนปัญโญ เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสของวัดนี้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ อยู่ลำดับที่ ๗ โดยเจ้าอาวาสรูปแรก คือ หลวงปู่นิล , หลวงพ่อแสง , หลวงพ่อแก้ว , หลวงพ่อคง , หลวงพ่อเล้ง , หลวงพ่อวร , และพระครูธรรมรัต ตามลำดับ และจากการที่ผู้เขียนสอบถามชาวบ้านหลายๆ ท่าน ในละแวกนั้นก็ทราบว่าท่านพระครูธรรมรัต ท่านเป็นพระที่พูดน้อย รักความสงบ สันโดษ ไม่ต้องการชื่อเสียงโด่งดังอะไร ซึ่งตามความคิดของผู้เขียนแล้วปัจจุบันนี้หาพระที่มีจริยวัตรเช่นนี้น้อยมากครับ เอ้า!! มาเข้าเรื่องวัดต่อครับ เดี๋ยวจะเลยเถิดเป็นการปรามาสพระสงฆ์ไปซะ วัดนางสาวมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ ๒๐ รูป ไม่มีเณร และแม่ชีครับ กุฏิสงฆ์ของวัดนี้สร้างได้สวยงามมากครับ สร้างเป็นทรงเรือนไทย ตรงกลางเป็นโถง ด้านข้างสองด้านจะแบ่งเป็นห้องๆ ฝั่งละ ๑๗ ห้อง ด้านในสุดเป็นกุฏิเจ้าอาวาสครับ บานประตู หน้าต่าง ฝาผนังห้องเป็นลวดลายแบบไทยทั้งสิ้น ส่วนตรงกลางห้องโถง ตามเสา เพดาน แกะสลักเป็นลายไทยปิดทองสวยงามมากครับท่าน ดูแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองย้อนยุคยังไงยังงั้นเลยครับ สวยจริงๆ นั่งที่นั้นแล้วรู้สึกเย็นสบาย สงบเงียบ และยังเจริญตาอย่างบอกไม่ถูก ต้องไปชมเองครับ เมื่อเดินออกจากหมู่กุฏิสงฆ์ทรงไทยแล้ว ก็จะพบวิหารทางขวามือ อยู่สองวิหาร วิหารแรกเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มาก (หลายท่านอาจจะว่า ตาอัมเรศอ้างความศักดิ์สิทธิ์อีกแล้ว เห็นศักดิ์สิทธิ์ทุกที่ ขอบอกนะครับว่าศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ไม่ได้โม้ ถ้าไม่เชื่อถามชาวบ้านละแวกนั้นก็ได้ว่าจริงหรือไม่) พระพุทธรูปองค์นี้ชาวบ้านรู้จักกันในนามว่า "หลวงพ่อดำ" อายุอานามของท่านก็ราวๆ ๘๐ กว่าปี ท่านสร้างขึ้นเมื่อ วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ (จศ. ๑๒๘๓) ซึ่งวันเดือนปีที่สร้างนี้มีระบุไว้ที่ด้านข้างตรงฐานขององค์พระ ตัวเลขบางตัวก็อาจจะไม่ชัดมาก ท่านที่ชอบเสี่ยงดวงลองๆ ไปมองๆ ดูซิครับเผื่อว่าโชคจะเข้าข้างเราบ้างก็ได้นะ (ไม่ลองไม่รู้) และวันที่ผู้เขียนไปวัดนางสาวนั้นก็เผอิญโชคดีไปเจอ คุณแม่บุญน้อม จันทกลัด ท่านมีความศรัทธาในองค์หลวงพ่อดำมาก เนื่องจากคุณแม่บุญน้อม ท่านมีประสบการณ์อันอัศจรรย์จากองค์หลวงพ่อดำอยู่เสมอ ท่านกรุณาเล่าถึงสิ่งอัศจรรย์ในองค์หลวงพ่อให้ผู้เขียนฟังว่า เดิมทีนั้นคุณแม่บุญน้อม ท่านต้องการจะขายโรงงานของท่านเองเพื่อไปซื้อที่ใหม่ที่กาญจนบุรี ท่านประกาศขายที่อยู่นาน และยังเที่ยวไปกล่าวบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก็หลายที่ ถ้าใครบอกว่าที่ไหนศักดิ์สิทธิ์คุณแม่บุญน้อมก็จะไป แต่ก็ยังขายไม่ได้ กระทั่ง มาบนกับหลวงพ่อดำ โดยอธิฐานว่าถ้าสามารถขายโรงงานได้จะนำไข่ต้ม ๒,๐๐๐ ฟอง ประทัด ๒๐๐ กล่องมาถวาย หลังจากนั้นไม่นาน


(สามารถติดตามละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิตยสารอุณมิลิต ฉบับที่ ๒๑ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘)