พระยามุกติ
  เรื่องว่านยาของไทยนี้คงไม่พ้นเรื่องไสยศาสตร์ คาถาอาคมไปได้เพราะเป็นทั้งความเชื่อและความจริงไปพร้อมๆกันไม่อย่างงั้นก็คงไม่สืบทอดมาจนถึง ปัจจุบันที่ใช้เวลานานนับร้อยนับพันปีได้นำเรื่องว่านเก่าๆมาเล่าอยู่หลายตอนก็ได้รับความสนใจมากพอดู ยิ่งแจกว่านสาวหลงที่เป็นยอดเสน่ห์ด้วยแล้วแฟนๆหมอเฒ่าหลายคนคงซู่ซ่าน่าดู บางรายโทรมาที่ สำนักพิมพ์กลัวของจะหมดทั้งยังติดต่อขอซื้อว่านไม้มงคล ซึ่งทางสำนักพิมพ์ก็แจ้งว่าให้ลองไปซื้อ ตามตลาดว่านสวนจตุจักรดู ก็ไม่ยอมบอกว่า เชื่อเครดิต หมอเฒ่า ไม่อยากไปซื้อที่อื่นเพราะกลัวจะไม่ได้ของแท้ อันนี้ต้องขอบคุณที่ท่านทั้งหลายไว้วางใจและมอบความเชื่อถือให้ซึ่งทำให้หมอเฒ่าต้องคิดอยู่นานและ ลองติดต่อเพื่อนฝูงเก่าๆแก่ๆหลายคนหากใครมีว่านจะแบ่งจะปันให้ผู้สนใจแบบให้ของแท้ ๆ ไม่หมกเม็ดมั่วนิ่มซึ่งต้องขอเวลาสักนิด หมอเฒ่าเองก็ไม่ได้มีว่านมากมายเล่นแค่ชอบแค่ใช้เท่านั้นแต่ จะลองหาทางให้เพราะว่านสมุนไพรเก่าๆที่หลายคนคิดว่าสูญพันธุ์ไป แล้วน่ะยังมีอยู่มากตามผู้รู้ต่างๆอย่าง ไม้พระยางิ้วดำต้นสดที่ได้มาแบบตัวเป็นๆไม่ใช่ซากไม้อย่างที่เขามีกัน หรือ เส้นผมนางธรณีที่พบตามป่าดงดิบลึก ว่านแสงมรกตที่เรืองแสงเวลากลางคืน หรือมหาว่านไพรดำที่ดำทั้งต้นทั้งดินที่มหาว่านนี้ปลูกอยู่ก็ยังมี ให้เห็นครับเพียงแต่รอเวลาเปิดมิติที่ "อุณมิลิต"นี้เท่านั้นและเหตุใดที่จำเพราะต้อง ขยายเรื่องนี้ที่นิตยสารอุณมิลิตเพียงแห่งเดียว ใครมีตาในก็ดูเอาเอง

 

     เรื่องไม้มงคลว่านที่จัดว่ามีอานุภาพสูงนั้นปรากฏ อยู่หลายชนิดและมากตำนานขนาดหลายคนไม่เชื่อว่าจะมีจริงอันนี้ก็เป็นวาสนาของแต่ละคนที่จะมี โอกาสพบเห็นหรือไม่เท่านั้นฉบับนี้เลยขอเปิดเรื่องราวไม้มงคลประเภทว่านหรือไม้กายสิทธิ์ ที่หลายคนอาจรู้จักได้ยินแต่ไม่คิดว่าจะมีและหลายคนอาจไม่เคยรู้ว่ามี ซึ่งนับว่าเป็นตำนานหน้าหนึ่งในไสยศาสตร์ว่านสมุนไพรแห่งสยามเลยก็คือ "ต้นพระยามุตติ" หรือ "พระยามุกติ" ไม้นี้บางคนเขาก็ไม่จัดเข้าจำพวกว่านแต่เรียกเป็นแค่สมุนไพรอย่างหนึ่งซึ่งถือว่ามีคุณ ที่ค่อนข้างแปลกกว่ากว่าสมุนไพรอื่นๆที่นอกจากบำบัดโรคแล้วยังเป็นยาอายุวัฒนะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ไม่อยากพูดมากจึงขอคัดลอกตำราเก่าแก่ที่ได้บันทึกไว้มาให้ได้ศึกษากันอันนี้จะจริงเท็จหรือไม่เพียงใด ก็แล้วแต่บุคคลเพราะศาสตร์พวกนี้เป็นของแปลกอยู่อย่างคือจริงกับคนที่เชื่อเท่านั้น (นอกจากสรรพคุณทางยาที่ตรวจสอบด้วยกระบวนวิทยาศาสตร์) ตำราเขาว่าอย่างนี้ครับ *


     ตำราพระยามุกตินี้เป็นตำรับเก่าสืบต่อกันมาแต่โบราณได้มาจากเมืองพนมสารคาม ว่าสิทธิการิยะ ถ้าผู้ใดได้พบต้นพระยามุกติท่านว่าผู้นั้นเสมือนได้พบขุมทองอันมีค่ามหาศาล
ลักษณะ ของต้นพระยามุกตินั้น ลำต้นเป็นสีเขียว เป็นสามเหลี่ยมดอกเหลืองเกสรเหมือนดอกบานไม่รู้โรย ต้นพระยามุกติอยู่บ้านเรือนใครท่านว่าผู้นั้นมีความจำเริญสุขยิ่ง พระมหาโยคีองค์หนึ่งอยู่ลังกาทวีป มีอายุยืนถึง ๕๐๐๐ ปีเป็นผู้ประสาทตำรานี้มา ชาวลังกาเรียกต้นไม่นี่ว่า "พระยามุกติ" แต่ชาวกรุงศรีอยุธยาเรียกว่า "คอนกลอง" ท่านให้เอาต้นพระยามุกติและใบพระยามุกติหนักสิ่งละสองบาท สมอภิเพก สมอดีงู สมอไทยหนักสิ่งละสองสลึง ตำเป็นผงแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันใช้น้ำผึ้งหรือน้ำนมโคละลาย เป็นกระสายกินก่อนอาหารเช้าและอาหารเย็นกะดูพอเหมาะ ถ้ากินติดต่อกันถึงหนึ่งปีคนแก่จะกลับเป็นคนหนุ่มอายุจะยืนถึง๑๐๐ปี ผีภูตผีพรายลมเพลมพัดจะไม่มาต้อง ได้เลยถ้าทำกินมากขึ้นฤทธิ์ก็มากขึ้นเป็นลำดับอายุก็จะมากขึ้นด้วย อนึ่งให้เอาพระยามุกติทั้งต้นทั้งรากทั้งใบทั้งดอกแลผลมาโขลกให้ละเอียดผสมกับแป้งและน้ำตาล ทำขนมกินกลิ่นตัวจะหอมเป็นกลิ่นพระยามุกติ โรคภัยในเรือนกายหนีหายสิ้น อนึ่งเอาเฉพาะต้นพระยามุกติ หนักสี่บาทใบหนักสี่บาท สมอไทย สมอภิเพก พริกไทย ดีปลี ทั้งห้าสิ่งนี้หนักสิ่งละหนึ่งเฟื้องตำให้เป็นผงละลายน้ำผึ้งหรือน้ำนมโคกินเช้าครั้งเย็นครั้งถ้ากิน ถึงสามปีแม้นั่งอยู่บนกองไฟ ไฟก็ไม่ไหม้ไม่ร้อนเลย แม้ลงน้ำก็ไม่จมน้ำ เมื่อเวลาทำยาพระยามุกตินี้ใช้เทียนหนึ่งบาทบูขาแล้วเสกด้วยพระคาถานี้….



(สามารถติดตามละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิตยสารอุณมิลิต ฉบับที่ ๒๒ เดือนมีนาคม ๒๕๔๘)