ปฐมบทแห่งจิตและมนตรา

 


         เรื่องคาถาอาคมนั้นเป็นประเพณีอย่างหนึ่งในสยามที่หยั่งรากฝังแน่นมานานนับพันปี ในเมื่อมีมานานถึงขนาดนี้ก็น่าจะมีส่วนที่ดีและสามารถใช้ได้อยู่ไม่มากก็น้อย เนื่องจากแฟนๆอุณมิลิตได้ร้องขอให้ลงพระคาถา ต่างๆให้เรียนรู้บ้างจึงเป็นหน้าที่ของผมที่จะรับผิดชอบในคอลัมน์นี้ ซึ่งจะขอนำพระคาถาต่างๆที่โบราณาจารย์นับถือทั้งเกร็ดบางประการมาให้ศึกษา ซึ่งคงเป็นในระดับพระคาถาที่โบราณท่านอนุเคราะห์ให้เรียกว่า "ธรรมทาน" มิใช่วิชาเฉพาะที่ยกเรียนโดยอาจารย์ผู้ประสิทธิที่จะพิจารณาเป็นบุคคล แต่อย่างไรก็ตาม เราจะดีก็ด้วยมีครูโดยในลัทธิไสยเวทก็จะมีคำว่า “ครูปธิยาย” ที่หมายเอาว่าบุคคลหรือสิ่งใดก็ตามที่เรายกให้เป็นครู หรือครูที่ผู้เรียนนับถือยกให้เป็นจึงควรจัดเครื่องสักการะเป็นบูชาพลีแก่ครูทั้งหลาย นับเป็นเบื้องต้นของความดีงามคือกตัญญูกตเวทีที่จะเป็นธรรมอบรมให้เราเป็นคนดีของสังคมต่อไปและประสบความสำเร็จในชีวิต


         ควรจัดเครื่องครูแบบสำหรับบุคคลทั่วไปดังนี้ ผ้าขาว(แทนครูเป็น) ผ้าแดง(แทนครูที่ล่วงไปแล้ว)กว้างอย่างน้อยหนึ่งคืบของเรา ดอกไม้ห้าดอก ธูปห้าดอก เทียนเล่มเล็กห้าเล่ม หมากพลูห้าคำ เงินกำนลหรือคำนับครู๖บาท เขียนคาถา ใส่กระดาษเล็ก ใส่พานด้วย (เป็นภาษาไทยก็ได้)ว่า “นะ โม พุท ธา ยะ” เป็นการจัดอย่างง่ายๆสะดวก สำหรับการจัดแบบอื่นเช่นขันธ์ครู พานครูธรรม พานครูพระฯลฯก็แล้วแต่ละสายสำนักจะระบุแต่ไม่ตายตัว จิตใจคารวะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด จัดของดังกล่าวใส่พาน แล้ว จุดธูปห้าดอกไหว้พระ กล่าวนะโม สามจบ กล่าวไตรสรณาคม ว่าชุมนุมเทวดา (ถ้าทำได้)แล้วสวดมนต์บูชาพุทธ คุณธรรมคุณ สังฆคุณ แล้วรำลึกคุณพระรัตนตรัยบิดามารดาและครูบาอาจารย์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือ ขออำนาจมาประสิทธิความศักดิ์สิทธิ์ในคาถาที่เราจะเรียนและขอครูยกเอาพระคาถานั้นมาเจริญให้ท่องจำได้ และใช้ได้ผล กล่าวคำบูชาครูว่า

ยมหังครูอาจาริยัง สรณังคโตอิมินาสักกาเรณะ ครูอาจาริยังอภิปูเชมิ
ทุติ-ตติ ยมหังครูอาจาริยัง สรณังคโตอิมินาสักกาเรณะ ครูอาจาริยังอภิปูเชมิ


         แล้วนำพานครูมาจบที่ศรีษะ นำพานวางไว้หน้าหิ้งพระ หากสามารถเปลี่ยนหมากพลู และดอกไม้(ทุกวันพฤหัสบดีจะดีมาก) คาถาบูชาครูบทอื่นๆ ยังมีอีกแต่ที่คัดมาเป็นบทที่ง่าย และมีพิธีกรรมไม่มากนักสะดวกสำหรับผู้ที่สนใจจะปฏิบัติได้ไม่ยากอย่าลืมว่าจิตใจเคารพครูบาอาจารย์สำคัญที่สุด ความขลังใดใดเกิดขึ้นด้วย ”สัจจะ” ที่เราต้องเด็ดเดี่ยวและเเน่วแน่ (วิธีนี้เป็นแบบหนึ่งเท่านั้น)