นักสิทธิวิทยาธร

   นักสิทธิวิทยาธรเป็นผู้วิเศษจำพวกหนึ่งที่พำนักในป่าหิมพานต์ "นักสิทธิ์" แปลว่า "ผู้สำเร็จ" วิทยาธร แปลว่า "ผู้ทรงไว้ซึ่งวิทยา" ทั้งสองพวกนี้แต่งตัวคล้ายเทวดาแต่สวมชฎาเป็นดอกลำโพง หรือโพกผ้าแบบฤาษี ตามภาพจิตรกรรมที่พบเห็นทั่ว ๆ ไป มักถือพระขรรค์เป็นอาวุธ บรรดาวิทยาธรทั้งหลายอาศัยอยู่ที่เชิงเขาสุทัศน์ อันเป็นหนึ่งในเจ็ดของเขาสัตบริภัณฑ์ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ บางตำราว่าพระอังคารก็คือวิทยาธรและพระศุกร์ถูกสร้างขึ้นมาจากวิทยาธร ส่วนในหนังสือสันสกฤต ไทย-อังกฤษ ภิธานอธิบายถึงคำวิทยาธรไว้ว่า เป็นนรเทพพวกหนึ่ง หรือเป็นอากาศปราณา(อากาศเทวดา) เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งลูกอมวิเศษ(ปรอทสำเร็จ) ถ้าเป็นหญิงก็มักเรียกว่า "วิทยารี" เป็นบริวารพระอินทร ์แต่ในบางวรรณคดีอาจกล่าวรวมๆกันไปกับยักษ์หรือภูตผี ที่เป็นบริวารพระอิศวรความที่วิทยาธรทั้งหลายสามารถ เหาะเหินเดินอากาศไปมาได้จึงถูกขนานนามอีกว่า "เขจร" หรือ "นภาจร" ซึ่งแปลตรงตัวง่ายๆ ว่าการเคลื่อนที่ไปได้ในอากาศ นอกจากนี้บางตำนาน ยังกล่าวว่าวิทยาธรมีวิมานในอากาศอยู่ บริเวณยอดเขาวินชัย วิทยาธรที่มีฤทธิ์มาก จะมีพระขรรค์เป็นของคู่ตัวเชื่อว่าทำจากเหล็กกายสิทธิ์ หรือบางทีก็ว่าเป็นเหล็กไหลไปก็มี ส่วนวิทยาธรผู้หญิงไม่มีพระขรรค์ แต่มีปีกหางบินไปมาในอากาศได้เช่นกัน บางคนเหมาเอาเป็นกินรีคือคนครึ่งนกไปก็มี

     คติความเชื่อของไทยแต่โบราณตามข้อเขียน ของพระยาอนุมานราชธนกล่าวว่า วิทยาธรแบ่งออกเป็นหลายพวกตามเชื้อชาติ เรียกว่าวิทยาธร ๑๒ ภาษา มีทั้งวิทยาธรแขก วิทยาธรฝรั่ง วิทยาธรจีน ฯลฯ จากภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาที่วัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี วิทยาธรบางตนมีหน้าตาเป็นยักษ์ นักสิทธิ์นั้นไม่ใช่ฤาษีผู้สำเร็จพวกหนึ่ง ดังนั้น มนุษย์ไม่ว่าชาติใดภาษาใด หรือแม้แต่ยักษ์ก็อาจเป็นผู้สำเร็จได้อันนี้ถือว่าให้สิทธิเสรี ต่อการเป็นวิทยาธรว่าไม่จำกัดเพศ ชาติ ตระกูล แต่เน้นที่การมีความรู้ คือ "วิทยา" ที่ถึงขั้นนั่นเองอย่างนี้หากเราจะเรียกบุคคล ที่มีความรู้ใดใดจนเป็นที่ยอมรับว่า "วิทยาธร"

     ในวรรณคดีไทยเมื่อกล่าวถึงนักสิทธิ์ มักมีคำว่าวิทยาธรต่อท้ายเสมอ เพราะผู้จะเป็นวิทยาธร ได้ต้องผ่านขั้นตอนการเป็นนักสิทธิ์มาก่อนคือต้อง มีการบำเพ็ญตบะอบรมตัวจนได้ที่จนชุบตัวได้สำเร็จ ตามจิตรกรรมฝาผนังนิยมเขียนภาพนักสิทธิ์วิทยาธรไว้ แถวบนสุดต่อจากภาพเทพชุมนุมบนผนังด้านซ้ายและด้านขวา เช่น จิตรกรรมฝาผนังที่พระอุโบสถวัดสุวรรณาราม กรุงเทพฯ เป็นต้น นอกจากนี้ยังแสดงว่า เหล่าวิทยาธรนี้ดูจะเจ้าชู้หน่อยๆ คือ มักไปเกี่ยวข้องกับสตรีโดยเฉพาะการเเย่งชิง "นารีผล" จึงมีวิชาอาคมอยู่หลายบทที่เกี่ยวกับเรื่องเสน่ห์มหานิยมมีการ อ้างอิงคุณของวิทยาธร ออกบ่อยครั้งโดยเฉพาะในการเรียกจิต นี่ว่าชะงัดนักเนื่องจากวิทยาธรสามารถเข้าไปได้ทุกสถานที่ แม้ทำอาถรรพ์ป้องกันอย่างดีเพียงใดก็ตาม ก็จะเจ้าเล่ห์เพทุบายเอาชิ้นปลามันไปกินจนได้เสียทุกคราวไป "มนต์เทพยาธรจูงจิต" จึงขึ้นชื่อจนบรรดาผู้สันทัดกรณี ระดับดอกเตอร์เรื่องเสน่ห์ต้องเรียนรู้ไว้ทุกคนเพราะสำคัญเอามากๆ ในมุมมองด้านนี้จิตรกรผู้รังสรรงานเขียนโดยเฉพาะงานไทยจิตรกรรมฝาผนัง จะทำการวาดวิทยาธรจึงมักทำเหมือนเทพแบบกลายๆ กึ่งๆ ฤาษี หรือบางทีก็เขียนเป็นคนหน้าทะเล้น ไปก็มี

   นักสิทธิ์หรือวิทยาธรผู้สำเร็จเป็นผู้มีความรู้วิชาไสยศาสตร์ ในทางเล่นแร่แปรธาตุประการหนึ่งจนเป็นตำนาน อันดับทอปฮิตติดสเปอร์ของพระเวทย์สยามคือ สามารถทำปรอทซึ่งเป็นโลหะเหลวให้แข็งเป็นก้อนได้เรียกกันว่า "สำเร็จปรอท" อานุภาพของก้อนปรอทนี้ทำให้ผู้สำเร็จเหาะเหินเดินอากาศได้ ทั้งยังมีร่างกายเป็นหนุ่มอยู่ตลอดเวลา เมื่อสำเร็จแล้วก็ไม่สามารถในแดนมนุษย์ได้ อีกต่อไปเพราะเหม็นสาบมนุษย์ โดยแบ่งระดับขั้นของปรอทที่ทำสำเร็จนี้ออกเป็น ขั้นต่างๆกันโดยเมื่อสำเร็จชั้นสูงสุดจะเหาะเหินเดินอากาศได้และเป็นการ สู่ลำดับขั้นต่อไปก็คือการชุบตัวให้เป็นกายสิทธิ์ แถมมีความเข้มขลังอาคมระดับสุดๆ จนใครฆ่าไม่ตาย โดยผู้สำเร็จปรอทต้องเหาะไปยังป่าหิมพานต์ ครั้นไปถึงแล้วจะพบบ่อน้ำวิเศษบ่อหนึ่ง น้ำในบ่อนั้นมีสีขาวเหมือนน้ำนมบริสุทธิ์ มีนางเทพธิดาชื่อ "จันทรเทวี" เป็นผู้รักษาอยู่เมื่อ ผู้สำเร็จปรอทเหาะไปถึงที่นั่นจะตกลงไปในบ่อ ร่างกายที่เป็นรูปมนุษย์อยู่แต่เดิมจะ สูญสลายไปในทันทีแล้วเกิดเป็นฟองน้ำปุดขึ้นมาลอยบนผิวน้ำ นางจันทรเทวีผู้รักษาบ่อน้ำจะคอยเอามือช้อนฟองน้ำนั้น บัดดลฟองน้ำจะเปลี่ยนสภาพเป็นเด็กอ่อนแล้วเติบโต โดยลำดับเป็นวิทยาธรมีความเชื่อเพิ่มเติมอีกว่า วิทยาธรที่ปรากฏตามจิตรกรรมฝาผนังมีแต่เพศชาย กล่าวกันว่ามีอิทธิฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศได้ ใครฆ่าก็ไม่ตาย แม้ต้องศาสตราวุธใดๆ ก็เป็นแต่สิ้นสติไปชั่วขณะหนึ่ง ครั้นลมพัดมาก็กลับฟื้นขึ้นได้ .มีอายุยืนอยู่คอยท่าพระศรีอาริยเมตไตรยซึ่งจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ความเชื่อเรื่องนี้จึงเกิดเครื่องรางรูปเทพยาธรที่ว่าเหนือกว่ากุมารทอง สำหรับคนที่ต้องการคบกับผู้ใหญ่มากกว่าคบเด็ก แบบไม่ยอมคบเด็กสร้างบ้านโดยเชื่อว่าเทพยธรนี้นี้จะคอยช่วย เหลือได้ผลดีมากกว่ากุมารทองเพราะมีความ เก่งกล้าทางอาคมมากกว่าและก็ไม่สามารถถูกทำลายด้วยอาคม ได้ง่ายๆอย่างกุมารทอง แต่ติดที่ออกจะร้อนที่อยู่หน่อยๆคือมักต้องเดิน ทางตลอดเนื่องจากวิทยาธร เหาะได้จึงชอบท่องเที่ยวมักพาเจ้าของเครื่องรางไปไหนมาไหนมาไหนอยู่บ่อยๆ ในป่าหิมพานต์มีต้นไม้วิเศษชนิดหนึ่งคือมักกลีผล หรือนารีผล ไม้ชนิดนี้มีผลเป็นรูปสตรี "งามนักดังสาวอันพึงใหญ่ได้ ๑๖ ปี แลฝูงผู้ชายได้เห็นก็มีใจรักกัน" (ไตรภูมิพระร่วง)

    นารีผลนี้เป็นที่ปรารถนาของเหล่านักสิทธิ์วิทยาธรต่างชิงกันเก็บไปเชยชมใครอยากดูนารีผลก็เร่งฝึกให้ได้ใบประกาศเป็นวิทยากรเร็วเข้าแล้วกัน ปรกติวิทยาธรถือกิ่งไม้เป็นอาวุธซึ่งกิ่งไม้นั้นจะกลายเป็นพระขรรค์ทันทีเมื่อปรารถนาจะให้เป็น ผิวกายของวิทยาธรมีทั้งสีเหลือง สีขาว สีดำ ฯลฯ บางตนมีหน้าตางดงาม แต่บางตนก็มีหน้าตาเหี่ยวย่น หนวดเครารุงรังไม่น่าดู เนื่องจากผู้ที่จะสำเร็จปรอทเป็นบุคคลหลายจำพวก ต่างกันทั้งร่างกาย เพศ เชื้อชาติ และอายุที่สำเร็จ ที่ต่างกันจึงมีเทพยาธรที่อาจดูแก่แต่ก็แจ๋วไม่แพ้เด็ก ๆ เรื่องของสรีระที่แตกต่างกันนั้นก็เพราะเมื่อได้รับการชุบให้เป็นวิทยาธรแล้วก็ยังไม่ทิ้งเค้าของชาติกำเนิดเดิมนั่นเองละจ๊ะ
เทพยาธรนี้มีการแบ่งพวกเป็นหมู่เหล่า

    มีหัวหน้าวิทยาธรที่สำคัญตนหนึ่งมีเรื่องราวที่น่าสนใจเนื่องจากเป็นผู้ที่ ยุติศึกสายเลือดที่รบราฆ่าฟันกันมานานระหว่างพญาครุฑ และพญานาค ซึ่งมักจะวิวาทกันเนือง ๆ ด้วยคดีเก่าแก่ที่แม่พญานาค โกงแม่พญาครุฑเรื่องทายสีม้าของพระอาทิตย์ จนเป็นเหตุให้พญาครุฑต้องไปเอาน้ำอมฤต จนต้องรบกับพระวิษณุเทพเป็นตำนานสะท้านฟ้า แม้ว่าทั้งครุฑและนาคต่างจะบูชาพระนารายณ์ แต่ก็ไม่วายที่จะวิวาทกันเนืองๆ เพราะต่างไม่ยอมลดลาวาศอกอโหสิกรรมต่อกันได้ จนมีหัวหน้าวิทยาธร ที่ชื่อว่า "ชีมูตวาหนะ" ได้สร้างวีรกรรมประการหนึ่งจนชนะใจพญาครุฑและทำให้ครุฑกับพญานาคเลิกเป็นศัตรูกันได้ โดยเรื่องนี้เป็นการรจนาโดยกวีแคว้นกัสมีรหรือแคชเมียร์ ชื่อ"โสมเทพ" ต่อมากวีท่านนี้ได้ยอมรับนับถือพระพุทธศาสนา ปรากฏประวัตินี้ราวคริสต์ศตวรรษที่ ๑๑ เรื่อง "กถาสริตจสาคร" ซึ่งพอสรุปความการหย่าศึกครั้งนี้ด้วยวิธีง่ายๆแต่ทำยากของ ชีมูตวาหนะ ราชันแห่งวิทยาธรโดย


     

 ซีมูตวาหนะ เป็นราชาแห่งพวกวิทยาธร  เป็นผู้มีความยุติธรรมและมีความเมตตากรุณาเป็นเลิศตามแบบของพระโพธิสัตว์ ทั้งนี้คงเนื่องจากตอนก่อนที่จะสำเร็จเป็นวิทยาธรคงบำเพ็ญในสายฤาษีผู้ทรงศีลมามากนั่นเอง  จากตำนานที่กล่าวว่านาคและครุฑนั้นไม่ถูกกัน จนเป็นเหตุที่พญาครุฑไปเอาน้ำอมฤตรบกับเทวดาจนสวรรค์สั่นสะเทือนไปทั้งตรีภพเหล่าเทวดาขอให้พระวิษณุช่วยก็ปรากฏว่ารบเสมอกับพญาครุฑอีก จนในที่สุดทำสัญญาไปว่ายินยอมให้พญาครุฑ(ยืม)เอาน้ำอมฤตไปถ่ายเอามารดาคืน ส่วนพญาครุฑก็แน่คือไม่ยอมแตะต้องลิ้มชิมน้ำอมฤตเลยอันนี้ต้องยอมรับความหยิ่งในศักดิ์ศรีและยึดถือสัจจะของท่านพญาครุฑเอามากๆ ผลจากการที่พญาครุฑมีสัจจะจึงได้รับพร(แบบสิทธิพิเศษ)จากพระนารายณ์เป็นเจ้าให้กินให้เสพนาคเป็นอาหารได้เรียกว่า กินซะให้หายแค้นแบบคนจีนทำปาท่องโก๋ กินเพื่อให้หายแค้นที่กังฉินผัวเมียให้ร้ายแม่ทัพผู้ซื่อสัตย์ที่ชื่องักฮุย  เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สอนใจคนจีนอยู่จนปัจจุบัน
เมื่อครุฑได้สิทธิก็ใช้นโยบายเวรย่อมระงับด้วยการกินนาคให้หายแค้นไปหลายเพลาจนเหล่านาคชักจะร่อยหลอจึงต้องทำสัญญากับนาคอีกคือ

 ราชาแห่งนาค ชื่อวาสุกรี(วาสุกิ)  มีความเกรงกลัวครุฑจะทำอันตรายนาคพิภพป่นปี้  จึงทำสัญญากับครุฑว่าตนจะส่งนาคมาให้ครุฑกินวันละหนึ่งตัวและทุก ๆ วัน นาคเคราะห์ร้ายที่ถึงเวรของตนจะต้องเป็นเหยื่อครุฑก็จะขึ้นมานอนคอยบนลานหินชายทะเล อันนี้ถือเป็นคราวเคราะห์ของชาวนาคที่ได้นายแบบนี้ที่รักตัวกลัวลำบาก อย่างในสังคมไทยปัจจุบันโดยเฉพาะแบบมนุษย์เงินเดือน ก็จะมีระบบอุปถัมภ์และจะได้ผู้บริหารแบบวาสุกรีนี่ออกดาษดื่น มีแต่คนประจบสอพลอความสามารถไม่มีแม้จิตใจที่จะเสียสละยังหาไม่ได้จะไปบริหารบ้านเมืองมันให้ได้ผลอย่างไร ความทุกข์มันก็เลยตกอยู่กับประชาชนตาดำๆที่กำลังจะกลายเป็นตาเหลือกที่น้ำมันและสินค้าขึ้นราคาได้ทุกวันยิ่งปัญหาภาคใต้เห็นแล้วปวดใจที่มีแม่ม่ายลูกกำพร้าทยอยเกิดได้ทุกวัน เพราะโจรใต้ได้ซ้อมมือกันสนุกกับการฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์โดยเจ้าหน้าที่รัฐทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากออกข่าวตามสื่อ ว่าตนนั้นนะเห็นใจประชาชนเสียเต็มประดา   เรื่องแผ่นดินร้อนเป็นไฟนี้ก็มันเป็น

 ความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าของคนแก้ปัญหาที่รักตัวกลัวลำบากอย่างวาสุกรีนาคนี่ละ  สำหรับเรื่องจองเวรของครุฑกะนาคมาจบลงที่วิทยาธรเมื่อซีมูตวาหนะทราบเรื่องดังนั้นก็เศร้าใจ และตำหนิติเตียนวาสุกรีเป็นอันมาก  ในที่สุดก็ตัดสินใจเพื่อยุติการจองเวรของสัตว์สองตระกูล  พระองค์ก็เสด็จมาสู่ลานสังเวย  และไล่ศังขจูฑะผู้เป็นนาคเคราะห์ร้ายที่โดนเวรต้องมานอนรอให้ครุฑกินให้ไปบูชาพระศิวะ ณ เทวสถานโคกรรณ  แล้วก็นอนคอยท่าพญาครุฑแทน  ในที่สุดครุฑก็บินมาก็คิดว่าเป็นนาคจึงโฉบเอาซีมูตวาหนะไปจิกกินเนื้อและเลือดบนไหล่เขาที่ตนพักอาศัย  ฝ่ายศังขะจูฑะนาคกลับจากนมัสการพระศิวะ  เห็นซีมูตวาหนะหายไปมีแต่หยดเลือดเรี่ยรายเป็นทางก็ติดตามไปและตะโกนเรียกหาซีมูตวาหนะ จนกระทั่งพญาครุฑได้ยินก็รู้ว่าเหยื่อที่ตนกำลังจิกกินหาใช่นาคศังขะจูฑะไม่  
เมื่อครุฑทราบว่านาคที่ตนเข้าใจผิดกินเข้าไปเป็นราชาแห่งวิทยายอมสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อไถ่ชีวิตของนาค ก็บังเกิดความละอายใจ สำนึกผิด  และเห็นคุณธรรมอันสูงส่งของซีมูตวาหนะก็ขอโทษ และบินไปเอาน้ำทิพย์ในสวรรค์เพื่อมาช่วยชีวิตซึ่งจริงๆนะผู้ที่สำเร็จเป็นวิทยาธรนั้นนะไม่ตายหรอกเพราะชุบตัวเป็นกายสิทธิแล้วแต่คงฟื้นเป็นตัวลำบากก็ท่านพญาครุฑซิสวาปามไปเหลือแต่กระดูก ขณะที่ครุฑจากไปนั้นพระนางเคารี (พระอุมา) มเหสีพระศิวะก็ปรากฏตัวขึ้นและนำน้ำทิพย์มาประพรมซีมูตวาหนะ  ทำให้มีเลือดเนื้อกลับฟื้นขึ้นมาหายเป็นปรกติ  เมื่อครุฑมาถึงก็รู้ว่าซีมูตวาหนะฟื้นแล้วก็ยินดี  และเกิดความสงสารพวกนาคที่เคยถูกตนประหารในครั้งก่อน จึงเอาน้ำทิพย์ประพรมบนกองกระดูกนาคเหล่านั้นแทน ทำให้นาคกลับฟื้นขึ้นมาอีก  นาคกล่าวสดุดีพญาครุฑผู้กลับใจเลิกปฏิบัติการจองเวร  เป็นอันว่านาคทุกชีวิตได้กลับฟื้นคืนคงสู่ความสุขในโลกนี้อีกครั้งหนึ่งด้วยการเสียสละอันยอดยิ่งของซีมูตวาหนะ
          เรื่องราวจากกถาสริตสาครตอนนี้เป็นที่จับใจคนอินเดียเป็นอันมาก  ในสมัยต่อมาพระราชาของอินเดียทรงพระนามว่าพระเจ้าศรีหรรษะ  ก็ได้ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องนี้เป็นบทละครสันสกฤตชื่อเรื่อง  นาคานันทะ  (ความชื่นชมยินดีแห่งนาค)  นับเป็นละครที่มีชื่อเสียงเรื่องหนึ่งในนาฏิกาสันสกฤต

                    จบเรื่องวีรกรรมของวิทยาธรซึ่งดูจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่มีการบันทึกไว้เนื่องจากรรรณคดีอื่นๆจะกล่าวถึงวิทยาธรไม่มากนักเลยดูแค่เป็นตัวประกอบรายการเสียเป็นส่วนใหญ่   ขอย้อนกลับมาทางมายิกของไทยที่มีเรื่องราวของวิทยาธรมาประกอบในพิธีกรรมเสียมากต่อมากแต่พฤติกรรมแกดูจะแปลกแบบสายลับหรือนินจาที่คอยฉกของขลังของวิเศษเวลาทำพิธีหรือทำการประกอบยาสมุนไพรจึงต้องป้องกันเสียดิบดี ก็เลยลองค้นเรื่องราวดู ก็พบว่าเป็นการใช้จิตแบบพิเศษของชาวสุวรรณภูมิที่เรียกว่า เจตภูต เป็นความรู้ทางจิตระดับสูงถ้าเป็นนักคอมพิวเตอร์ปัจจุบันก็ต้องเรียกว่าระดับโปรแกรมเมอร์ คือรู้วิธีชุบวิชาขึ้นใช้เองเช่นเดียวกับโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมขึ้นตอบสนองความประสงค์ของตน อาคมชนิดนี้เรียกว่าแบบจิตสร้างร่างขึ้น (จึงเป็นที่มาว่าวิทยาธรถูกชุบขึ้น) การใช้วิชาอาคมที่อาศัยวิทยาธรในการเป็นตัวพาหรือตัวชักนำเรื่องต่างๆที่ตนเองประสงค์เชื่อว่า หากผู้ใช้รู้จักการเบิกอาคม ที่ถูกวิธีแล้วส่งคุณวิทยาธรนี่ไปละก็สามารถเข้าไปได้ทุกที่แม้ว่าจะวางอาถรรพ์ป้องกันไว้ก็ตาม  ทั้งตัววิทยาธรอาคมที่สร้างขึ้นนี่ยังมีความสามารถใช้สู้รบหรือปราบสิ่งอาถรรพ์ร้ายได้อย่างสบายและคุณภาพออกจะเหนือกว่ากุมารทอง เพราะมติตอนสร้างนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีความรู้ทางคาถาอาคมระดับโปรเพสเซอร์บางท่านว่า วิทยาธรนี่เป็นส่วนหนึ่งของจิตผู้บำเพ็ญเพื่ออิทธิฤทธิ์ เลยเรียก “ญาณฤาษี” ไปก็มี นอกจากนี้ยังมีวิธีใช้วิทยาธรแบบแปลกๆอย่างอุ้มสาว ขโมยหรือขมายอาถรรพ์วิทยาของบุคคลอื่นเป็นเรื่องของญาณลาภีบุคคคลที่เกี่ยวข้องในกิเลสเขาใช้กัน………







วิทยาธรหรือเพทยาธร เป็นยอดวิชาทางเสน่ห์มหานิยม
ที่คติชนชาวสยามเชื่อถือว่าเข้มขลังเด็ดขาด เนื่องจากสามารถใช้เรียกจิตได้
ทั้งมีคุณทางคุ้มครองป้องกันเนื่องจากถือว่ามีฤทธิ์เป็นอมตะ
แม้ตายแล้วก็กลับเป็นขึ้นใหม่
ผู้ต้องอำนาจคุณเพชรพญาธร หากไม่รู้วิธีแก้ที่แท้จริง
แม้ถอดวิชาออกได้ในครั้งแรก แต่ก็จะกลับเป็นขึ้นใหม่
และทวีความเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ
การเรียกจิตหรือเชิญจิตวิทยาธรมาประจุในวัตถุมงคล
ต้องใช้องค์ความรู้และความสามารถทางจิตสูงเมื่อทำสำเร็จ
วัตถุนั้นจะมีจิตญาณรู้ภายในแบบกายสิทธิ์

ซึ่งจะส่งผลทางเมตตามหานิยม เรียกจิตชายหญิงเกิดเมตตามหานิยมอย่างชัดเจน
และเมื่อมีจิตญาณก็สามารถอธิษฐานใช้ได้สารพัด
เกิดคุณวิเศษสัมฤทธิ์ ๕ ประการ คือ เสน่ห์มหานิยม คุ้มครองป้องกัน
เรียกจิตมหาละลวยลม โชคลาภ 
ส่งเสริมวิทยาคมที่มีอยู่ให้เข้มขลังยิ่งขึ้น

โดยกำหนดแบบเพทยาธร ตามตำราโบราณหลายร้อยปี
ประกอบคุณวิชาอาทิ  นอโมหัวด่าน  นะมหารำลึก นะมหารำพึง
เรียกจิตหญิงชาย (ใส่ใต้หมอน)  นะหอม(แช่น้ำมันหอมเป็นมหาเมตตา)
ยันต์ช้างประสมโขลง(แช่น้ำให้กินรักขาดใจแช่น้ำประพรมสินค้า เป็นอุลลุม )
หัวใจมหาละลวยลม  หัวใจเทวดาเรียกลาภ(เงินไม่ขาด)
นะมหาหลง  นะเพทยาธรมหารัญจวน

ประกอบมวลสารอาถรรพ์ อาทิ ว่านสาวหลง ว่าน ๕๐๐ นาง เถาวัลย์หลงฯ
เผยแพร่แก่ท่านที่สนใจกำหนดค่ากำนล องค์ละ ๓๒.-บาท
มีผลตามอุปเท่ห์ คติความเชื่อตามคติชน
กรุณาเพิ่มค่าจัดส่ง พัสดุลงทะเบียน ๕๐.-บาท

เช่าบูชาทางอีเมล์ได้ที่ web_ounamilit@hotmail.com
กรุณาระบุชื่อ - ที่อยู่ผู้สั่ง และเวลาที่โอนเงิน
สั่งเช่าบูชาได้ที่ 089-8824311 ครับ