อุลกมณี อัญมณีนอกพิภพ

     ในกระบวนรัตนะชาติทั้งหลายนั้น ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นภายในโลกซึมซับพลังจากผืนแผ่นดินแต่มีอัญมณีอยู่บางชนิดที่ส่งตรงลงมา
จากฟากฟ้าจากแดนไกลแสนไกลนอกโลกของเรา ซึ่งการเดินทางที่ยาวไกลนี้เองที่ทำให้อัญมณีชนิดนี้ซึมซับพลังงานจากนอกโลก หรือพลังจักรวาลโดยตรงอย่างเต็มเปี่ยมจึงมีพลานุภาพเด่นล้ำไม่แพ้อัญมณีอื่นใดในโลก อัญมณีที่ว่าก็คือ “อุลกมณี” หรือที่ชาวบ้านทางภาคเหนือเรียกว่า “แก้วข้าว” อัญมณีที่มาจากสะเก็ดดาวนั่นเอง

     อุลกมณี นี้มาอยู่ในโลกได้อย่างไร มีใครนำมาจากนอกโลกหรือ ตรงนี้ขอบอกว่าไม่มีใครไปนำมาจากนอกโลกอันชิ้นส่วนของดวงดาว(สะเก็ดดาว)
ที่หลุดลอยอยู่ในจักรวาลจะมีล่องลอยไปทั่ว(เหมือนในภาพยนต์ต่างประเทศ) สะเก็ดดาวเหล่านี้มีบางก้อนได้เข้ามาใกล้โลกมาก เลยถูกแรงดึงดูดของโลก ดึงเข้ามาตกบนพื้นผิวโลก ช่วงที่ผ่านชั้นบรรยากาศเข้ามาได้แตกตัวออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย คนบนโลกจึงไม่รู้สึกว่ามีวัตถุใดตกลงมา
อุลกมณีมีลักษณะเด่นหลายประการ มีความแข็งแกร่งของเนื้อวัตถุธาตุ มีสีดำสนิทดั่งนิล  นิยมนำมาเจียระไนทำหัวแหวน เพราะยึดถือเป็นวัตถุธาตุศักดิ์สิทธิ์ส่งเสริมอานุภาพของอัญมณีชนิดอื่นให้เปล่งอานุภาพขึ้นอีกทวีคูณซ้ำยังทำหน้าที่ชำระล้างพลังงานเชิงลบที่ไม่พึงประสงค์ออกด้วย โดยอัตโนมัติ

TEKTITE ( สะเก็ดดาว หรือ อุลกมณี )
      อุลกมณี มีหลายชื่อที่เรียกหากัน อุกกามณี แก้วข้าว สะเก็ดดาว เหล็กไหลต่างดาว คดปลวก พลอยจันทรคราส หยดน้ำฟ้า(ตามรูปร่างที่ปรากฏ) สะเก็ดดาว หรืออุลกมณี Tektite มาจากคำว่า Tektos ในภาษากรีก แปลว่า หลอมละลาย โลกเรารู้จักอุลกมณีมานานแล้ว โดยเชื่อกันว่าสะเก็ดดาวเป็นแร่ชนิดหนึ่ง มาจากนอกโลก จากดาวดวงใดดวงหนึ่งในจักรวาลอันกว้างไกล
       รูปลักษณ์สัณฐาน ไม่แน่นอน อาจเป็นก้อนกลม ยาวแบน แท่งกลมยาว บางตำราอาจแบ่งสะเก็ดดาว(อุลกมณี) เป็นชนิดต่างๆตามรูปร่าง เช่น ตัวผู้(รูปทรงเป็นแท่งคล้ายลึงค์) บางชิ้นมีเนื้อในสีน้ำตาลใส หรือตัวเมีย(รูปทรงกลม) สีดำทึบคล้ายนิล ส่วนสะเก็ดดาวที่มีสีเขียวใส เรียกว่า Moldavite ซึ่งเป็นสะเก็ดดาวที่ ตกลงมาบนโลกประมาณ 15 ล้านปีที่แล้ว พบได้ที่ สาธารณรัฐเชคฯแห่งเดียวเท่านั้น
ผิวของอุลกมณีจะเป็นหลุมเล็ก ๆ โดยรอบ ทั้งนี้เนื่องจากซิลิก้า (Silica)ที่ผสมอยู่ หลอมละลาย เมื่อเสียดสีกับบรรยากาศ บางชิ้นแตกตัวออก ซึ่งส่วนมากจะพบในขนาดที่ไม่ใหญ่นัก สะเก็ดดาวหรืออุลกมณี มีพลังสูงในตัว ท่านที่สามารถสัมผัสพลังได้ จะรู้สึกถึงพลังดังกล่าว

กำเนิดอุลกมณี(สะเก็ดดาว)

         อย่างที่เรารู้ๆกันดีอยู่แล้วว่า อุลกมณี(สะเก็ดดาว)เป็นสิ่งที่มาจากนอกโลก ที่ตกลงมาบนโลก แต่ทุกท่านอาจยังสงสัยอยู่ว่าต้นกำเนิดของอุลกมณีนั้นเป็นมาอย่างไร ? หล่นมาบนโลกได้ยังไง ตรงนี้ขอบอกว่าคงไม่มีใครทราบถึงต้นกำเนิดได้อย่างเด่นชัด ถึงที่มาว่ามาจากดาวดวงใด ลอยมาจากจักรวาลไหน จึงมี
การสันนิษฐานกันว่า " อุลกมณี(สะเก็ดดาว)เป็นวัตถุที่บริสุทธิ์ หลุดร่วงมาจากดวงดาว ผ่านอวกาศในจักรวาลมาในลักษณะของกลุ่มก๊าซ (เหมือนดาวหางในภาพยนต์) แล้วมาแข็งตัวเมื่อสู่ชั้นบรรยากาศของโลกเรา ถูกเผาไหม้จนเป็นก้อนแข็งประดุจหินสีดำสนิท "
บางท่านก็บอกว่า " เป็นก้อนหินที่หลุดล่วงมาจากดาวดวงใดดวงหนึ่งในจักรวาล ล่องลอยมาจนถึงชั้นบรรยากาศของโลก ถูกแรงดึงดูดของโลกดูดเข้ามา จึงถูกเผาไหม้สิ่งที่ห่อหุ้มหรือชั้นเปลือกออกไป จากก้อนใหญ่ เหลือเป็นก้อนเล็กๆ และเกิดเป็นรูปทรงต่างๆ เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง"
         
จากที่มีผู้สันนิษฐานดังกล่าวนั้น จะขออธิบายเพิ่มเติม คือ " อุลกมณี หรือสะเก็ดดาวนั้น เกิดจากทฤษฎีการเกิด ดวงดาวครับ โดยดวงดาวทั้งหลายในจักรวาลนั้น ต่างก็เป็นกลุ่มก๊าซขนาดมหาศาล ที่ยึดเหนี่ยวรวมตัวกันเองด้วยแรงดึงดูดภายใน อันอยู่ในภาวะสมดุลย์กับแรงดันออก จากการเผาผลาญเชื้อเพลิงภายในแกนกลาง เมื่อดาวดวงนั้นเกิดระเบิดออก ก็จะแตกตัวออกเป็นกลุ่มก๊าซ ที่มีพลังงานสะสมอยู่มหาศาลจะล่องลอยไปในอวกาศ ก๊าซ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็คือ ก๊าซไฮโดรเจน กับก๊าซฮีเลียมอีกเล็กน้อย และฝุ่นผงละเอียดยิบ ที่มีขนาดประมาณ ๑๐๐-๑๐๐๐ นาโนเมตร ฝุ่นเหล่านี้ บ้างก็ประกอบด้วยคาร์บอน บ้างก็เป็นสารจำพวก ซิลิเคต คือคล้ายๆกับทราย หรือบางทีก็มีน้ำแข็ง หรือโมเลกุลต่างชนิด เกาะรวมตัวกันอยู่ผสมกันหลายๆอย่าง เมื่อถูกดึงเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ(ระหว่างที่ล่องลอยไปในอวกาศ) เกิดการสั่งสมอุณหภูมิ
         เมื่อกลุ่มก๊าซดังกล่าว ถูกแรงดึงดูดของโลกดูดเข้ามาด้วยความเร็วสูง เกิดการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศของโลก กลุ่มก๊าซนั้นจึงถูกลุกไหม้ด้วยพลังความร้อนที่สูงมาก อาจกล่าวได้ว่าสูงมากกว่าความร้อนจากใจแกนกลางโลกมากนัก ฉะนั้นกลุ่มก๊าซจึงเกิดการจับตัวกันเป็นก้อน และสะสมพลังงานไว้ในตัวมันมากมาย และตกลงบนผิวโลก"


คุณสมบัติของอุลกมณี
      อุลกมณี เป็นวัตถุที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ มีพลังงานสะสมอยู่มหาศาล จึงอาจเรียกได้ว่ามีฤทธิ์ในตัว ซึ่งจะขอกล่าวว่า ฤิทธิ์อุลกมณีนั้นไม่ธรรมดา เพราะพลังงานที่สะสมอยู่อย่างมหาศาลในตัว เมื่อนำมาประกอบด้วยกรรมวิธีที่ถูกต้อง จึงทำให้มันสามารถสลายพลังงานเชิงลบ(สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย)ไปได้ และเนื่องจากเป็นวัตถุที่มีสีดำสนิท จึงทำให้มันสามารถ ดึงดูดพลังที่ดีๆเข้ามา อีกทั้งยังส่งเสริม(ให้พลัง)เชิงบวก แก่วัตถุอื่นๆให้มีพลังสูงขึ้นได้อีกด้วย นับเป็นวัตถุที่เหนือกว่าวัตถุอื่นใดในโลกที่บันดาลสิ่งดีๆแก่ผู้ครอบครองได้ และยังส่งเสริมให้ชีวิตเจริญขึ้น เสริมเสน่ห์ชักจูงให้ผู้อื่นรักใคร่นับถือ เรียกว่ากลับร้ายกลายเป็นดี ทวีลาภ เลยทีเดียว

      อุลกมณี มีพลังที่ครอบคลุม หลายรูปแบบ กล่าวคือเป็นแหล่งของพลัง กระตุ้นเตือนจิตสำนึกก่อให้เกิดความจดจำที่แม่นยำ ลึกซึ้ง หากนำมาใช้ตอนปฏิบัติทำสมาธิจิต การพกพาไว้กับตัวจะเป็นการเพิ่มพลังแก่ออร่ารอบตัว ทำให้ออร่าเข้มเข็ง มั่นคง ปกป้องคุ้มครอง และขับไล่สิ่งที่มารุกราน ขจัดปัดเป่าสิ่งเลวร้ายต่าง ๆ (วิญญาณแฝงหรือพลังแฝง) คนไทยเรามีความเชื่อว่าการเก็บสะเก็ดดาว(อุลกมณี)ไว้ในบ้าน จะช่วยป้องกันอัคคีภัย และภัยพิบัติต่าง ๆ ได้

      ในบางตำรากล่าวว่า ถ้านำมาบูชาร่วมกับไม้งิ้วดำและข้าวสารดำ จะให้อานุภาพเป็นมหาอุด แคล้วคลาด และเมตตาสูงมาก การนำสะเก็ดดาววางไว้ที่จักระ 6 ขณะทำสมาธิจิต จะช่วยเสริมสร้างให้เกิดความรู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมแห่งธรรมชาติ เกิดความรู้ความคิดสร้างสรรสิ่งใหม่ ๆ ถ้าวางไว้ที่จักระ 4 ช่วยบรรเทาอาการผิดปกติต่าง ๆ ของจิตใจ ฯ

      นอกจากนี้ยังมีการใช้อุลกมณีร่วมกับอัญมณีอื่นๆเพื่อเสริมสร้างพลังบางอย่าง เช่น ใช้ร่วมกับพลอยสีม่วง จะช่วยเสริมพลังแก่จักระ 6 และ 7 เกิดการหยั่งรู้ สามารถต่อเชื่อมกับผู้รู้หรือทวยเทพเบื้องบนได้ ใช้ร่วมกับ Rose Quartz ที่จักระ 4 ก่อให้เกิดพลังแห่งความเมตตา เหมาะแก่ผู้ที่มีอารมณ์รุนแรง ใจร้อน ใช้ร่วมกับ Lapis Lazuli จะช่วยเสริมสร้างพลังแห่งความนึกคิดทั้งหลาย มีความเฉลียวฉลาดมีไหวพริบดีขึ้น ใช้ร่วมกับ Citrine วางไว้ที่จักระ 6 ก่อให้เกิดความนึกคิดแห่งการสร้างสรร เกิดญาณหยั่งรู้

      มีผู้อาวุโสในวงการมายาท่านหนึ่งซึ่งก็คือ อาจารย์ประดิษฐ์ กัลจาฤก เจ้าของบริษัทกันตนาที่โด่งดังได้เคยกล่าวถึงอุลกมณีไว้ว่า
      "เงินทองบ่เลี่ยง   เสี่ยงภัยบ่มี
      ลาภยศศักดิ์ศรี   บารมีกว้างไกล"

     ของสิ่งนี้ไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์ทำขึ้น จึงมีความสะอาดบริสุทธิ์มาก สมควรเรียกว่าเป็นดาวนำโชคแก่ผู้ที่มีไว้กับตัว ซึ่งตนเองได้เห็นผลนั้นมาแล้ว อีกทั้งยังสามารถใช้ป้องกันคุณไสยมนต์ดำ ภูตผีปีศาจต่างๆมิให้มากล้ำกรายได้ด้วย

สัญลักษณ์ซิรีอุส(ดวงดาวแห่งโชคชะตา)
      ซิรีอุส เป็นชื่อดาวดวงหนึ่งอยู่ในกลุ่มดาว Canis Major ปรากฏให้เห็นในซีกโลกตอนเหนือ จัดเป็นดาวที่มีความสว่างสุกใสที่สุด ในภาษาอิยิปต์โบราณเรียกดาวดวงนี้ว่า เซพท์(Sept) วันแรกที่ดาวซิรีอุสจะปรากฏให้เห็นนั้นจะเป็นวันขึ้นต้นปีใหม่ของไอยคุปต์ จึงมีนัยหมายถึง การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงสู่ความสมบูรณ์

      ซิริอุสอยู่ใกล้โลกเพียงแค่แปดปีแสงเท่านั้น จึงมีอิทธิพลต่อโลกค่อนข้างมากตามกฎความสัมพันธ์ของเทหะวัตถุทั้งหลายในจักรวาล ซึ่งย่อมหมายรวมเอามนุษย์บนดาวโลกนี้เข้าไว้ด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางวิชามายาศาสตร์ที่เป็นศาสตร์ทางจิตวิญญาณ ดาวซิรีอุสมีผลโดยตรงหมายถึงเวทมนต์ชาวไอยคุปต์ ที่กล่าวว่าเทวีไอซีสพระมารดาแห่งเวทมนต์ ทรงสถิตย์ ณ ดาวดวงนี้

     ในศาสตร์โบราณการใช้พลังลึกลับจากดาวซิรีอุสนี้เป็นสิ่งที่หวงแหนปิดบัง เพราะเป็นการรับพลังงานสัมพันธ์กับแกนของจักรวาลโดยตรงเพื่อมาปรับแก้วิถีชะตาชีวิต
นักมายิก(Magic) จะใช้สัญลักษณ์รูปดาว 5 แฉก เรียกว่า Pentagram สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฎในทุกสายของอารยธรรมศาสตร์ทางเวทมนต์ แม้แต่ในสุวรรณภูมิก็ปรากฎยันต์ในรูปดาว 5 แฉกนี้ที่เรียกว่า ปถมังยันต์ห้า เช่นเดียวกัน พลังลึกลับของดาว 5 แฉกนี้จึงเสมือนหนึ่งนัยที่บอกเรื่องราวว่าอารยธรรมของจิตวิญญาณมนุษย์ ศาสตร์ของซิรีอุสนี้ เป็นเรื่องจริงที่แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังต้องตะลึง ถึงกับทุ่มเทวิจัยกันเลยทีเดียว

    

 


สัญลักษณ์ของเทพซีรีอุส
ช่วยปลุกความแข็งแกร่ง
และเพิ่มกำลังวังชา
เปิดจิตใต้สำนึกให้รับพลัง การรักษา

อักษรรูปภาพโบราณ
แสดงถึง พลังเพื่อชีวิต
สุขภาพสมบูรณ์ และ
ความเจริญรุ่งเรือง




 



แหวนซิริอุส
(อุลกมณี)

ในโอกาสพิเศษนี้บ้านอุณมิลิตเว็บไซต์ ขอเสนอวัตถุล้ำค้า ให้ท่านที่เป็นนักท่องเว็บ ได้มีโอกาสครอบครองแก้ววิเศษชิ้นนี้ ที่ประกอบเป็น “แหวนซีริอุส” หัวแหวนทำจากอุลกมณี ที่มีรูปทรงสมบูรณ์(ลักษณะสัณฐานกลม) เจียระไนด้วยระบบเลเซอร์ เพื่อให้ได้รูปทรงและขนาดที่สมบูรณ์สวยงาม เปิดให้เห็นเนื้ออุลกมณีที่คงความเป็นธรรมชาติไว้(ส่วนล่างของหัวอุลกมณี)ผ่านสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์รูปดาวซิริอุส เพื่อความใกล้ชิดระหว่างกายกับวัตถุศักดิ์สิทธิ์นี้ ซึ่งจะช่วยให้ได้รับการส่งเสริมในเชิงบวก และดูดเคราะห์กรรม ให้สลายไป
ตัวเรือนแหวนสรรสร้างด้วยศาสตร์ไอยคุปต์โบราณ ศาสตร์อันล้ำลึกจากอดีตนานนับพันปีผ่านดาวแห่งชะตาชีวิต ทำด้วยเงินมาตรฐานจิวรี่ ที่ออกแบบเฉพาะเสริมสร้างและหนุนเนื่องพลังของหัวแหวน
ราคาวงละ 800 บาท และเฉพาะสมาชิกนิตยสารบ้านอุณมิลิตพิเศษราคาเพียงวงละ 650 บาท(ราคาทุนจัดสร้าง) เพื่อสร้างสรรสังคมดำรงศาสตร์ ที่ถือว่าถูกปกปิดมานานนี้ ให้แพร่หลายออกไป ไม่รวมค่าจัดส่ง 50 บาททั่วประเทศ

สั่งจองได้โดยส่ง E-mail : ounamilitmaster@hotmail.com
หรือสำนักงานนิตยสารอุณมิลิต โทร. 0 - 2246 - 9267 , 0 - 1718 - 4020

ท่านสามารถชำระเงินได้โดย
ทางธนาณัติ / ตั๋วแลกเงิน (ตู้ ป.ณ.22 ปณฝ. ประดิพัทธ์ กทม. 10404) ในนามคุณวีระวิทย์ คำพับ
ผ่านทางธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเตาปูน เลขที่บัญชี 14 - 1 - 208667 - 2 ชื่อบัญชี คุณวีระวิทย์ คำพับ
ผ่านทางตู้ ATM เลขที่บัญชี 14 - 1 - 208667 - 2

ส่งหลักฐานการชำระเงินมาที่

2 / 1 อาคารดุสิตาอาพทร์ทเมนท์ ห้อง 107 - 108 ราชวิถีซอย 2 พญาไท กรุงเทพฯ 10400
ส่งหลักฐานการชำระเงินพร้อมชื่อ - สกุล ที่อยู่ ให้ชัดเจน พร้อมเบอร์ขนาดแหวน (วงเล็บมุมซองว่า webring)
หรือส่งรายละเอียดการโอนเงิน โอนที่ธนาคารสาขาใด เวลาใด โอนจำนวนเงินมาเท่าไหร่(ใส่เศษสตางค์มาเพื่อให้เราแยกแยะง่ายครับ)

ส่งมาที่ E-mail : ounamilitmaster@hotmail.com

ใบสั่งซื้อแหวนซิริอุส(มีขนาดแหวน)