พิธีกรรมขึ้นขันครู


 

พิธีกรรมขึ้นขันครู
         ขันครูคืออะไร? ตามความเชื่อของชนชาวลานนาที่สืบต่อกันมานับพันปี คนลานนาจะมีความเชื่อถือในเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเจ้า ผี ปิศาจ ตลอดจนเรื่องของบาปบุญคุณโทษ ตามชนบทของภาคเหนือมักจะได้เห็นขันครูตามบ้านเรือนต่างๆ มีลักษณะเป็นพานขันหรือโตกวางบูชาอยู่บนหิ้งที่แยกออกมาจากหิ้งพระ เหตุที่มีการบูชาขันครูสืบเนื่องจากในอดีตคนทางเหนือเวลาจะเล่าเรียนศิลปศาสตร์วิชาการต่างๆ ก่อนที่จะเรียนจะมีกฎข้อปฏิบัติของครูอาจารย์เพื่อให้ศิษย์ได้ปฏิบัติโดยเคร่งครัด เมื่อปฏิบัติได้จึงรับเข้าเป็นศิษย์ถ่ายทอดวิชาการต่างๆ ให้เห็นเช่นงานช่าง งานดนตรี ฟ้อนรำ การศึกษาคาถาอาคม ศาสตร์โบราณแขนงต่างๆ ซึ่งล้วนต้องผ่านพิธีกรรมที่เรียกว่า “รับขันครู” ซึ่งหากไม่ผ่านพิธีกรรมนี้ก็ยากที่จะศึกษาให้ได้ดั่งใจประสงค์ อีกประการหนึ่งเชื่อกันว่าขันครูเป็นตัวแทนแห่งเทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตลอดจนดวงวิญญาณของครูอาจารย์ผู้ล่วงลับ ผู้ที่ศึกษาในศาสตร์โบราณจะรู้กันดีว่าขันครูเป็นเครื่องหมายของการเล่าเรียน นอกจากนี้ยังหมายถึงอำนาจลี้ลับของเทพเทวาครูอาจารย์ที่ปกป้องคุ้มครองป้องกันภัย ตลอดจนส่งเสริมความรุ่งเรืองแก่ผู้ที่ได้ผ่านพิธีกรรมขึ้นขันครูและสามารถปฏิบัติได้ตามกฎของครูอาจารย์อย่างเคร่งครัดแล้ว
                  โดยความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเองเชื่อว่าบุคคลที่ผ่านพิธีนี้จะมีชะตาชีวิตที่ดีขึ้นไม่ตกต่ำถึงชะตาจะอ่อนเลวร้ายเพียงใดด้วยอำนาจแห่งแรงครูจะดลบันดาลให้บุคคลอยู่ในขั้นขี่ดวงชะตา พูดง่ายๆ คือเวลาไปดูหมอหรือพยากรณ์ชีวิตเขามักทำนายไม่ถูกเกณฑ์ของดวงชะตาจะมีอิทธิพลแค่หนึ่งในสี่ส่วนเท่านั้นเอง เหตุที่ผู้เขียนกล้าเขียนแบบฟันธงแบบนี้เพราะมีตัวอย่างประกอบที่เคยประสบด้วยตัวเองและหลายๆ ท่านที่เคยผ่านพิธีกรรมนี้ ครั้งหนึ่งมีศิษย์รุ่นพี่ของผมชื่อคุณพี่อินสม เป็นคนอำเภอแม่แตง เป็นศิษย์รุ่นพี่ของผู้เขียน ผ่านการรับขันครูจากท่านพระครู บุญเลิศ อัคปุญโญ วัดบ้านอ้อย แม่ริม พี่สมเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์บุญเลิศก่อนผมประมาณหนึ่งปี หากจำไม่ผิดพี่สมเป็นศิษย์บ้านอ้อยในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ส่วนผู้เขียนนั้นเป็นในปี ๒๕๓๓ พี่อินสมเคยเล่าให้ผมฟังว่า เดิมชีวิตของท่านลำบากมากทำอะไรก็ล้มเหลวไปหมด เคยเดินทางไปต่างประเทศกลับมาก็ไม่ดีขึ้น แต่พอมาเป็นศิษย์รับขันครูจากท่านอาจารย์บุญเลิศ ชีวิตของพี่สมก็ปรับเปลี่ยนในระยะเวลาอันรวดเร็ว จนต่อมาดำเนินกิจการค้าพืชผักขายส่งอยู่ที่ตลาดเมือง จ.เชียงใหม่ และยังมีรถสำหรับทำกิจกรรมท่องเที่ยว มีเงินทองมีชีวิตเจริญรุ่งเรือง เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจริง อีกท่านเป็นศิษย์บ้านอ้อย ชื่อพี่ภาพหรือวีรภาพ ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่างในเชียงใหม่ ทราบว่ามีสถานีบริการน้ำมันเป็นของตัวเองด้วย ชีวิตอยู่ในขั้นเศรษฐี เดิมท่านก็มีชีวิตที่ลุ่มๆ ดอนๆ คล้ายๆ กับพี่อินสม เรื่องราวเหล่านี้ตลอดจนบุคคลอีกหลายท่านซึ่งไม่อาจนำมาอ้างอิง ณ ที่นี้ได้หากอยากทราบเรื่องแต่เดิมของท่านเหล่านี้ก็ลองสอบถามพระครูนิมิตธรรมวัชร วัดบ้านอ้อย ดูกันได้ แต่ต้องบอกก่อนว่าท่านเหล่านี้ปฏิบัติได้ตามกฎของครูอาจารย์ได้อย่างเคร่งครัด ส่วนผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัตินั้นก็ไม่เห็นชีวิตเขาดีขึ้นมาเลย


ประเภทของขันครูแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ ๓ ชนิด คือ
๑.ขันครูลำดับปฐม มักทำเป็นขันสิบสอง โดยมีเครื่องคำนับครูอยู่ในขันดังนี้ กรวยหมากพลูสิบสอง กรวยดอกสิบสอง ผ้าขาว-แดง ข้าวเปลือก เทียนคู่บาท คู่เฟื้อง นอกจากขันสิบสองแล้วก็ยังมีขันยี่สิบเอ็ดที่จัดเป็นขันครูลำดับปฐม
๒.ขันครูลำดับรอง คือ ขันสามสิบสอง มีเครื่องคำนับอย่างละสามสิบสอง เช่น กรวยดอกสามสิบสอง พลูสามสิบสอง ขันชนิดนี้มักเพิ่มสุราหนึ่งขวด ขันสามสิบสองมีความหมายใช้ในศาสตร์ที่สูงขึ้นรวมถึงการบูชาเทพเทวาสามโลก
๓.ขันครูลำดับสูงหรือเจ้าสำนัก มักตั้งด้วยขัน ๑๐๘ เป็นเครื่องใหญ่เครื่องคำใช้เครื่องร้อยแปด ตั้งสำหรับครูอาจารย์ผู้มีวิชามากระดับพระสงฆ์ที่มีวิชาแก่กล้าหรือชนชั้นพระมหากษัตริย์ ความหมายของเครื่องคำนับครูเริ่มตั้งแต่ขันพานหรือโตกล้วนมีความหมาย เช่น ขันโตกคือให้มีกิน ความรุ่งเรือง อุดมสมบูรณ์ไม่รู้หมด เพราะขันโตกคนเหนือใช้เป็นภาชนะรองรับอาหารนั่นเอง ดอกไม้หากใช้ดอกหอมคือให้เป็นที่มหานิยม หากใช้ดอกบานไม่รู้โรยคือให้มีความคงทนถาวรไม่โรยลา

ความหมายของขันแต่ละอย่างก็มีแตกต่างกันออกไป เช่น ขันสิบสองมีความหมายแทนคุณแห่งพระมารดา ขันยี่สิบเอ็ดมีความหมายแทนคุณแห่งพระบิดา ซึ่งท่านทั้งสองเปรียบได้ดั่งพระอรหันต์ในบ้าน ผู้ไม่เคารพบูชาพ่อแม่ก็ยากที่จะเจริญไปได้ ขันสามสิบสองเปรียบประดุจร่างกายของคนเรา อันประกอบไปด้วยสามสิบสองประการ จึงให้เราเร่งพิจารณาทำคุณความดี เพราะร่างกายมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เมื่อถึงกาลเวลาย่อมแตกดับ พึงเร่งกระทำความดี ส่วนขันร้อยแปดนั้นหมายถึงคุณแห่งพระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อันเป็นสิ่งสูงสุดในพระบวรพระศาสนานั่นเองเรื่องราวพิธีกรรมการขึ้นครูก็มีเพียงเท่านี้
        ส่วนผู้ที่สนใจจะร่วมเข้าอบรมทางวิชาการอุณมิลิตสัญจรที่เชียงใหม่กรุณาติดต่อได้ที่ ๐๖ - ๘๓๘๑๔๘๖ (คุณวีระวิทย์) เพราะกว่าผมจะส่งต้นฉบับยอดผู้เข้าร่วมสัมนาอาจเต็มแล้วก็เป็นได้ อย่าช้าลังเลใจเลยครับ พบกับผมได้ที่เชียงใหม่ ๑๔ - ๑๕ มกราคม ๒๕๔๙ ผมจะรอส่งความสุขของเทศกาลปีใหม่ศักราชใหม่แก่ทุกท่านที่เชียงใหม่ สวัสดีครับ…..

(สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิตยสารอุณมิลิต ฉบับที่ ๓๑  เดือนธันวาคม  ๒๕๔๘)