พระเศรษฐีนวโกฏิ
  

        บทความนี้เป็นความเห็นและข้อพิจารณาส่วนตัวของผู้เขียน ซึ่งค้นคว้าข้อมูลมาในระดับหนึ่ง มิได้มีเจตนาที่จะหักล้างหรือทำให้ผู้ใดเสียหาย แต่เป็นการนำเสนอข้อมูลอย่างหนึ่งเกี่ยวกับพระเจ้านวโกฏิ ให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณา เท่านั้น!!!
       หากผู้อ่านท่านใดที่มีความเห็นอยากจะแนะนำบทความ ติดต่อได้ที่
E-mail : ounamilitwriter@hotmail.com

พระเจ้านวโกฏิ ยอดวิชาเศรษฐี

        หากจะพูดถึงพระบูชา ที่มีคุณานุภาพทางด้าน อำนวยผลทางโชคลาภ ร่มเย็น ชนิดทันตาเห็น นั้นก็คงมีพระนามของ “ พระเศรษฐีนวโกฏิ ” ปรากฏอยู่ด้วยอย่างแน่นอนสำหรับชื่อนี้ใครเป็นคนแรกที่เรียกคำว่า ” เศรษฐี ” ประกอบพระนามนั้นไม่มีประวัติบันทึกไว้ ทราบว่าแต่ดั้งเดิมนั้นเรียกกันว่า “ พระเจ้านวโกฏิ ” หรือ “ พระเจ้าเก้าโกฏิ ” หากจะอนุมานเอาก็คงเป็นเพราะ อิทธิคุณของท่านผู้ที่บูชา ต่างได้รับอานิสงค์ให้กลายเป็นเศรษฐีทุกคนไปเลยทีเดียว

         พระเจ้านวโกฏิ ” นี้ นับว่าเป็นยอดปรารถนาของผู้สนใจศาสตร์ลี้ลับแห่งสุวรรณภูมิที่จะได้มาเป็นเจ้าของสักการบูชาแทบ ทุกคน แต่เป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดอย่างมากว่า ตำราการสร้าง “ พระเจ้านวโกฏิ ” ที่แท้จริงนั้นแทบไม่มีผู้รู้จัก และที่สร้างๆกันอยู่ทั่วไปก็แค่นำรูปลักษณ์ที่มีการเคยสร้าง มาซึ่งอ้างว่า ผู้เป็นต้นเค้าสร้างคือท่าน เจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์(จันทร์ สิริจันโท)มาเป็นแบบเท่านั้น จึงพยายามค้นคว้าหาตำรับการสร้างพระเจ้าเก้าโกฏิจากสายท่านเจ้าคุณอุบาลีมานานปี แต่ไม่เคยพบเลยสักครั้งเดียว แม้ประวัติของพระเกจิอาจารย์หลายท่านที่มีการนำมาอ้างว่าเคยสร้างพระนวโกฏิ แต่พอค้นลงไปลึกๆลงไปกลับไม่พบ ตำรับสร้างพระนวโกฏิที่แท้จริงนั้นแต่อย่างใดทั้งนี้เพราะการสร้างพระเหล่านั้นมีขั้นตอนเหมือนกับการปลุกเสกพระเครื่องรางตามปกติเท่านั้นเอง ที่ผู้เขียนกล่าวเช่นนี้มิได้มีเจตนาปรามาสลบหลู่ผู้ใด แต่เมื่อค้นคว้าในเรื่องนี้มันเป็นเช่นนี้จริงๆผู้เขียนคว้าน้ำเหลวอยู่หลายปี จนพบต้นสายวิชาที่แท้จริงที่สามารถเชื่อได้ว่า เป็นการสร้างพระเจ้านวโกฏิที่ถูกต้องที่สุดตำรับหนึ่ง จึงตัดสินใจเขียนเรื่องนี้ขึ้น และพบความคลาดเคลื่อนหลายประการหรืออาจเรียกว่าความเข้าใจผิดก็ได้เกี่ยวกับทีเผยแพร่ เรื่องราว เศรษฐีนวโกฏิกันอยู่ในปัจจุบัน ที่อุณมิลิตประมวลได้คือ

* พระเจ้านวโกฏิเป็นตำราการสร้างพระสำคัญของ ล้านช้างไม่ใช่ลานนา

* ลานนาไม่มีคาถาเศรษฐีนวโกฏิไม่มีชุดวิชาที่ใช้สร้างพระชุดนี้ มีแต่พระคาถาชุดวิชาที่มีชื่อเรียกว่า “ เศรษฐี ” เหมือนกัน แต่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยกับการสร้างพระเศรษฐีนวโกฏิ

* ไม่ปรากฏหลักฐานเด่นชัดว่า เจ้าคุณ อุบาลี คุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) ได้ตำราสร้างพระนวโกฏิจากที่ใด หรือศึกษาจากใคร เพียงแต่ร่ำลือว่า ท่านเคยสร้างพระนวโกฏิ และศิษย์สายท่านสร้างสืบๆกันมา เมื่อตรวจสอบในเนื้อหาของตำราการสร้างก็ไม่พบรายละเอียดว่าสามารถสร้างพระนวโกฏินี้ได้จริงๆครบถ้วนตามตำราดั้งเดิม (ในกรณีนี้ หากท่านผู้ใดมีข้อมูลที่ชัดเจน กรุณา ส่งมาเพื่อตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องเพื่อเผยแพร่ใหถูกต้องต่อไป และกราบขอบพระคุณมาล่วงหน้า)

* นางวิสาขามหาอุบาสิกา ที่อ้างกันนักหนาว่าเป็นหนึ่งใน คณะเศรษฐีทั้งเก้า ที่ปรากฏพระพักตร์ บนหน้าพระบูชาที่มีถึงเก้าหน้านั้น(เศรษฐีนวโกฏิ)ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระเศรษฐีนวโกฏิเลย

* ตำราการสร้างพระเศรษฐีนวโกฏิ ไม่เกี่ยวข้องกับวิชาธรรมเก้าโกฏิ เลย ซึ่งวิชาธรรมเก้าโกฏินี้เป็นกรรมฐานโบราณ ที่มีลักษณะตรงข้ามกับวิชาเศรษฐีนวโกฏิ ที่ สุขุมง เยือกเย็น แต่ วิชาธรรมเก้าโกฏิ แกร่งกร้าว กล้าแข็ง เป็นวิชาข่ม หรือวิชาปราบแม้ธรรมห้องที่เยือกเย็นที่สุดของวิชาธรรมเก้าโกฏิ ที่ชื่อ “ มณีฟ้าหยาด ” ก็เป็นธาตุธรรมคนละชนิดกับวิชาเศรษฐีนวโกฏิ

* การปลุกเสกพระเจ้านวโกฏิหรือพระเศรษฐีนวโกฏิ เป็นวิชาที่แรงต้องใช้บารมีสูงและการปลุกเสกมีพระคาถาเป็นชุดวิชาเศรษฐี ไม่ใช่ใช้คาถาเศรษฐีนวโกฏิเพียงบทเดียว ความพิสดารของวิชานี้ อยู่ที่การผสานตับวิชาชุดเศรษฐีที่มีคุณแตกต่างกันให้ผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว

* พระเศรษฐีนวโกฏิ เป็นพระที่สร้างโดยมีจุดประสงค์เพื่อส่วนรวม เพื่อเป็นที่เหนี่ยวรั้งจิตใจของประชาชนในยามที่เกิดภัยพิบัติกับบ้านเมืองไม่ใช่สร้างเพื่อความรุ่งเรืองของใคร

ฯลฯ

         อีกหลากหลายประเด็น ที่แย้งกับความเชื่อที่เคยมีมาเกี่ยวกับพระเศรษฐีนวโกฏิ หรือพระเจ้านวโกฏิ หากท่านผู้อ่านถามว่า “ แน่ใจแล้วหรือว่าข้อมูลที่ได้มาถูกต้อง และจะไม่ขัดกับกระแสสังคมหรือ ”
        ขอยืดอกตอบเลยว่า ข้อมูลที่ได้มาผู้เขียนค่อนข้างแน่ใจกับข้อมูลที่มี ทั้งเนื้อหา และหลักฐาน ประกอบ ซึ่งจะนำมาเผยแพร่ต่อไปเป็นลำดับ และกับที่ว่า ไม่กลัวขัดใจใครหรือ? ก็ขอบอกว่าไม่มีความประสงค์ที่จะขัดผลประโยชน์ใคร หรือ ขัดใจใคร แต่กล้าที่จะนำเสนอสิ่งที่ถูกต้องกับสังคม และกระทำเพื่อยุติความเข้าใจผิดในบางเรื่องเกี่ยวกับวิชานี้

        แน่นอนว่า บทความนี้ ต้อง “ ทำใจ ” ทั้งผู้อ่านและผู้เขียน ที่จะยอมรับในสิ่งที่แตกต่างจากความเชื่อถือที่เคยมีมา ข้อมูลอาจไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ในประเด็นสำคัญแน่ใจว่าถูกต้อง และจะนำเสนออย่างวิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผลโดยไม่ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย จึงขอทำความเข้าใจกับท่านผู้อ่านไว้ ในเบื้องต้นของบทความก่อน

พระเจ้านวโกฏิไม่ใช่ตำราลานนา

      ตามที่เผยแพร่ในสื่อต่างๆ มักปรากฏข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้านวโกฏิหรือพระเศรษฐีนวโกฏิว่า

“ มหาเศรษฐีทั้ง ๙ ท่านนี้ ล้วนสำเร็จเป็นพระ อริยบุคคล ทั้งที่ดำรงเพศ ฆราวาส อยู่ ตามตำนานของชาว ล้านนา สมัยหนึ่งเกิดทุกข์เข็ญ ทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพง ประชาชนเดือดร้อน บังเกิดความอดอยากขึ้น จึงมีพระภิกษุผู้เป็นอริยะรูปหนึ่ง ได้แนะนำให้สร้างพระเศรษฐีนวโกฏิขึ้น เพื่อทำการสักการบูชาแก้เคล็ดในความทุกข์ยาก ทั้งหลาย และเมื่อสร้างและทำการฉลองสำเร็จ ก็ปรากฏมีเหตุการณ์ปรากฏขึ้นเป็นอัศจรรย์คือ ความทุกข์ยากอดอยากทั้งหลาย ได้บรรเทาลงและสงบระงับในที่สุด จึงเป็นคติที่เชื่อถือของชาวล้านนาว่า ถ้าผู้ใดได้บูชาพระเศรษฐีนวโกฏิแล้ว จะมีสิริมงคล ทำมาค้าขึ้น ประสบแต่โชคลาภ อยู่เย็นเป็นสุข ด้วยอานิสงส์แห่งบารมีธรรมของเศรษฐีทั้ง ๙ ท่าน ”

ข้อมูลนี้นำมาจากเว็บไซด์แห่งหนึ่งซึ่งมีการคัดลอกต่อกันไปเป็นทอดๆ และทำให้เกิดความเชื่อว่า พระเศรษฐีนวโกฏิเป็นตำรับของทางลานนา ซึ่งจากการค้นคว้าไม่พบว่าสำนักใดมีตำรับวิชานี้ หรือมีการสร้างพระบูชาที่มี๙ พระพักตร์ การสร้างในปัจจุบันอาศัยต้นเค้าจากตำนานพระเศรษฐีนวโกฏิ ครั้งเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์(จันทร์ สิริจันโท) ทั้งสิ้น การสร้างพระบูชาด้วยไม้ของลานนานั้น นิยมสร้างเป็นรูปพระพุทธ และนิยมใช้ไม้โพธิ์ หรือไม้เดื่อปล่อง จากการค้นคว้าพบว่า เป็นตำราที่มาจากคติของลานช้างอย่างแน่นอนโดยเข้ามาในประเทศไทยครั้งใดไม่ปรากฏ แต่มากับคณะพระสงฆ์ ล้านช้างที่ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาในเมืองไทยซึ่งมีหลายคณะ เช่น พระครูโพนสะเม็ด ยาคูฟ้ามืด ฯ

      สำหรับพระเจ้านวโกฏิมีมาเมื่อใดนั้นไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดทราบแต่ว่าหลัง กรุงศรีสัตนคนหุตล้านช้างซึ่งสร้างเมื่อปีพ.ศ.๒๑๐๓ โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชกษัตริย์องค์ที่ ๓๙ แห่งราชวงศ์ล้านช้างร่มขาว สาเหตุที่เรียกว่าล้านช้างอาจจะเพี้ยนมาจากคำว่าลานช้าง เป็นล้างช้าง เนื่องจากสมัยก่อน บริเวณนี้คือที่ที่อาศัยของช้าง ส่วนคำว่าศรีสัตนาคนหุตนั้นเป็นคำผูกที่ปราชญ์โบราณ
ของลาวตั้งขึ้น คือ สัตตะ แปลว่า ๑๐๐ นาคะ แปลว่าช้าง นหุตแปลว่าหมื่นรวมเป็นช้างร้อยหมื่นหรือช้างสิบแสนตัว เท่ากับ ๑ ล้าน เลยเรียกชื่อว่า “ ล้านช้าง ” ต่อมาอาณาจักรล้านช้างแตกออกเป็นล้านช้างจำปาศักดิ์ ล่านช้างเวียงจันทร์ ล้านช้างหลวงพระบาง ซึ่งเป็นยุคหลังจากที่ สิ้นรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช บ้านเมืองระส่ำระสายอย่างหนัก การสร้างพระเจ้านวโกฏิจึงน่าจะเป็นคติในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามในรัชกาลก่อนหน้านี้ ก็อาจมีการสร้างพระพุทธรูปสำคัญขึ้น ซึ่งในประวัติศาสตร์ได้จารึกว่าในรัชสมัยของ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชผู้ทรงปรีชาสามารถ โปรดที่จะสร้างพระพุทธรูปสำคัญเพื่อบำรุงขวัญพลเมืองจนเป็นประเพณีสืบมา จากเอกสาร เกี่ยวกับพระนวโกฏิ ที่มีเพียงฉบับเดียวคือ “ ลานก้อม ” วิธีสร้างพระนวโกฏิที่มีอายุนับร้อยปี มีการจารึกรูปพระนวโกฏิบนปกก้อมซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติที่หนังสือก้อมมักไม่มีรูป และก้อมเล่มนี้ ห่อในผ้าไหมลายดอก ซึ่งถือว่าเป็นของสำคัญ ได้บันทึกอย่างชัดเจนว่า พระเจ้านวโกฏินี้สร้างมาแต่ครั้งเมืองศรีศัตนาค ที่หมายถึงนครเวียงจันทร์ เพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้ผู้เขียนได้ให้มิตรสหายที่อยู่ในนครเวียงจันทร์สืบหา “ พระพุทธรูปที่มีเก้าหน้า ” ว่าจะยังปรากฏหลงเหลือเป็นหลักฐานอยู่หรือไม่ ? ที่จะยืนยันถึง พระเศรษฐีนวโกฏิ ว่ามาจากแหล่งนี้จริง ก็ไม่พบแต่อย่างใด โดยธรรมเนียมของชาวล้านช้าง และชาวอีสาน จะนิยมสร้าง “ หอพระ ” เพื่อเก็บรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญประจำเมือง การตระเวนไปที่วัดสำคัญหลายแห่ง ยังไม่พบพระเศรษฐีนวโกฏิ องค์ที่เป็นต้นเค้าแต่อย่างใด ทั้งนี้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า ครั้งกบฏเจ้าอนุวงศ์ เมื่อกองทัพไทยตีนครเวียงจันทน์ครั้งที่ ๒ ในรัชกาลของเจ้าอนุวงศ์นี้ ฝ่ายไทย ได้สั่งให้.............