พระเพชรฉลูกัณฑ์ (พระวิศวกรรม)

  คติของครูเพชรฉลูกัณฑ์หรือพระวิศวกรรมที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่าหลากหลายบางคติก็สอดคล้องกันบางคติก็แตกต่างกันจนไม่อาจเห็นเป็นเรื่องเดียวได้ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะความที่มนุษย์ทั้งหลายย่อมสร้างความเชื่อในส่วนที่ตนเห้นว่าเข้าข้างประโยชน์ที่จะได้รับแต่อย่างไรก็ตาม ความศักดิ์สิทธิ์ของครูเพชรฉลูกัณฑ์ที่ปรากฏมาแต่อดีตจนปัจจุบันก็ประจักษ์เป็นที่แพร่หลายจะขอยกตัวอย่างความศักดิ์สิทธิ์ขององค์ครูช่างนี้ที่ได้พบเห็นคือเคยพบที่โรงงานแห่งหนึ่งเป็นของราชการทหารนี่เองมีหน้าที่ในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์โดยโรงงานนั้นถอดแบบมาจากต่างประเทศมีคนงานร่วม๔๐๐-๕๐๐ คนจัดว่าใหญ่และทันสมัยที่สุดในเอเชียอาคเนย์ในยุคสมัยหนึ่งการทำงานของโรงงานแห่งนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาประการใดเพราะวิทยาการสมัยใหม่ได้จัดวางรูปแบบขั้นตอนต่างๆไว้อย่างละเอียดลออแต่ก็ปรากฏว่าการทำงานของโรงงานแห่งนี้มักประสบเหตุการณ์ณ์ขัดข้องอยู่เสมอที่บรรดา ลูกจ้างประจำซึ่งต้องทำงานช่างของโรงงานแห่งนี้มักประสบอุบัติเหตุจากเครื่องมือต่างๆ เป็นรายวันทีเดียว เดี๋ยวคนนั้นโดนใบมีดคมกัดบาด เดี๋ยวคนนี้ ต้องบาดเจ็บจากเรื่องงานช่างที่มีทั้งงาน กรึง ไส เจาะ เจีย แบบว่ามีเรื่องปวดหัวให้ผู้บริหารคบคิดได้ทุกวัน  เพราะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นทั้งบรรดาช่างต่างๆ ก็ล้วนถูกฝึกมาดี ขั้น
ตอนต่างๆ  ก็รัดกุมจนงานต่างๆเริ่มล่าช้ามีแนวโน้มจะเสร็จไม่ทันเป้าหมาย   คณะผู้บริหารในสมัยนั้น

 นอกจากจะแก้ปัญหาเชิงจัดการ แล้วต้องคำนึงของขวัญ ของบรรดาลูกน้องที่เป็นช่างด้วยเพราะเริ่มจะเกรงกลัวกันไปว่าอาจ เป็นเพราะอาถรรพ์อย่างใดอย่างหนึ่ง   ซึ่งก็ไม่อาจมีใครทราบได้จึงพร้อมใจกันสร้างรูปพระวิศวกรรมบรมครูช่างเพื่อสักการะกราบไหว้ ขอบารมีท่านในการสะกดอาถรรพ์เหตุการณ์ที่ไม่ดีดังกล่าวด้วยเหล่าช่างทั้งหลายนั้นต่างเชื่อว่าตนเป็นลูกของพระวิศวกรรมย่อมได้รับการคุ้มครองจากองค์ท่านให้พ้นอาถรรพ์ต่างๆจากงานช่างได้เรื่องนี้ให้สังเกตดูก็จะพบว่ารูปศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าหรือพระคณาจารย์องค์ใดก็คงไม่พ้นฝีมือของช่างที่จะสร้างขึ้น เเม้การบูรณะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างองค์ธาตุต่างๆก็คงเป็นพวกช่างนี่เองละที่สามารถป่ายปีนไปบูรณะให้สวยงามได้โดยมิได้รับการต้องโทษจากอาถรรพ์ใดใดเลย ดังนั้น "ช่าง" จึงเป็นบุคคลที่ถูกยกเว้นในการต้องอาถรรพ์ในการทำงานนั้นให้ลุล่วงหากสร้างดีพลีถูก และในหมู่ช่างเองนั้นถือว่าการสร้างรูปบรมครูช่างหรือพระวิศวกรรมนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งใหญ่กว่าการสร้างรูปใดใดและจะแรงอาถรรพ์ศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้เหล่าช่างข้ามพ้นอุปสรรคต่างๆที่เกิดจากงานลงไปได้    ผู้บริหารและเหล่าช่างจึงพร้อมใจกันสร้างรูปพระวิศวกรรมขึ้นบูชาเพือขอพึ่งบารมี โดยมีการปั้นรูปและอัญเชิญอย่างถูกวิธี ปรากฏว่าอัศจรรย์เป็นที่เเปลกประหลาดใจของเหล่าผู้บริหารอย่างมากที่เหตุการณ์หลังจากบวงสรวงทำพิธีสักการะครูช่างเสร็จสิ้นลงนับแต่วันนั้นก็ไม่เคยมีใครได้รับบาดเจ็บจากงานช่างอีกเลยแถมสามารถคิดค้นวิธีการใหม่ๆในการสร้างงานได้ดีกว่าต้นตำรับเดิมที่มีมาจากต่างประเทศเสียอีก เรื่องนี้ผู้ที่เคารพในแรงครูต่างให้ความเห็นว่า เป็นเพราะอาถรรพ์ครูช่างนั้นแรงนักสามารถข่มอาถรรพ์ต่างที่เกิดขึ้นได้จนสงบราบคาบและยังอธิบายเพิ่มเติมให้ทราบถึงการสักการะดังกล่าวว่า โดยทั่วไปนั้นมักเข้าใจกันว่าหากบูชาเทพเจ้าต้องเลือกที่มีอำนาจสูงสุดหรือใหญ่โต อันเป็นความคิดแบบมนุษย์ทั่วๆไปแต่ในทางเทพศาสตร์แล้วเทวะแต่ละพระองค์นั้นท่านสำคัญเท่าเทียมกันเนื่องจากมีหน้าที่เป็นการเฉพาะของท่านซึ่งในกิจการอย่างนั้นๆ เทพเจ้าองค์อื่นๆแม้มีศักดิ์ใหญ่เพียงใดก็ต้องให้เทพเจ้าที่มีหน้าที่เฉพาะนั้นๆเป็นผู้ประสิทธิ์ความสำเร็จให้  เรื่องนี้ ดังเราจะเห็นได้ชัดเจนจากนามกรุงเทพมหานครที่ลงท้ายด้วยคำว่า “วิณุกรรมประสิทธิ”  ทั้งที่ชื่อ “กรุงเทพฯ” นั้น ย่อมหมายถึง เมืองบรมสุขที่เทียบกับความหมายเมืองแห่งสักกะเทวราชตามคตินิยมพุทธก็ตาม แต่ความวิจิตรสวยงามและมั่นคงของเมืองเป็นเรื่องของครูช่าง จึงต้อง ประณามชื่อครูช่างไว้ในนามพระนครดังที่เห็นกันอยู่อันจะยืนยันคติเรื่องการบูชาเทพเจ้าที่ทรงคุณเฉพาะด้านได้อย่างด
             ครูช่างหรือพระวิศวกรรมนั้น เป็นเทพเจ้าที่หลายคนอาจมองไม่เห็นว่าท่านจะเกี่ยวข้องกับตนสักเท่าไรแต่หากพิจารณาอย่างพอเพียงก็จะพบว่า เทพเจ้าท่านนี้ย่อมเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตมนุษย์มากที่สุดท่านหนึ่งเพราะ รอบๆตัวเราก็มักจะเกี่ยวกับงานที่ต้องการความชำนาญเฉพาะเรื่องที่เรียกว่า “ช่าง” อยู่โดยตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินให้ถูกรสชาติ   การได้เสื้อผ้าที่สวยงาม  การเสริมสวย หรือตัดเเต่งทรงผมและอื่นๆก็ล้วนต้องมาจากผู้ที่โบราณต้องเรียกว่า "ช่าง" เสมอ อันการบูชาครูช่างจึงเป็นเรื่องของการให้สำเร็จกิจการนั้นๆโดยตรง ซึ่งในพิธีกรรมการไหว้ครูอันเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมาแต่ครั้งโบราณก็จัดการบูชาครูช่างไว้เป็นการแยกเฉพาะนอกจากครูผู้ประสิทธิวิชาการด้านอื่นๆอย่างครูไสยศาสตร์  ครูหมอยา   ซึ่งจะขอคัดเอาบทคาถาไหว้ครูช่างแบบโบราณที่ได้ตรวจทานมาแล้วสามารถเป็นแบบในการบูชาครูช่างและการจัดเตรียมพิธีกรรมและเครื่องบูชาครูช่างพอสังเขปดังนี้

พิธีไหว้ครูช่าง

การเตรียมพิธีไหว้ครูช่าง
. แผนกเตรียมเครื่องบูชา
พระรัตนตรัยจัดโต๊ะหมู่บูชา
-  พระพุทธรูป (นิยมพระทรงเครื่อง   เช่น  พระสมัยปลายอยุธยาต้นรัตนโกสินทร์)
- เทียนหนัก ๓ บาท สี เหลืองหรือขาวพร้อมเชิงเทียน ๑ คู่
-  ธูปหอม ๑  แหนบ
-  แจกันหรือพุ่มดอกไม้ ๑ คู่
-  กระถางธูป  (ไม้ขีดไฟสำหรับจุดบูชา)
. แผนกพระสงฆ์ - จัดสถานที่สำหรับพระสงฆ์ จำนวน ๙ รูป (อยู่ทางซ้ายของที่ตั้งโต๊ะหมู่บูชา)
-  เพื่อสวดชัยมงคลคาถาสัพพี ฯ
-  จตุปัจจัยไทยทานสำหรับถวายพระสงฆ์  ๙ รูป
-  ด้ายสายสิญจน์
-  บาตรน้ำมนต์  เทียนขี้ผึ้งแท้หนัก  ๑  บาท  สำหรับทำน้ำพระพุทธมนต์
- หญ้าคาหรือใบมะยมสำหรับประพรมน้ำพุทธมนต์ในพิธี
. แผนกเครื่องสักการะ
-  บายศรีสู่หลัก   ๙   ชั้น สำหรับบูชาพระเป็นเจ้าและเทพ ๑  คู่
-  บายศรีเทพ  ๑  คู่ สำหรับบูชาองค์พระวิษณุกรรม และพระมหาพิฆเนศวร์
-  บายศรีปากชาม  ๓  คู่
-  แจกันดอกไม้  ๓  คู่
-  พานพุ่มพนมดอกไม้ ตามจำนวนแผนก-คณะ
- พานพุ่มธูปเทียน ตามจำนวนแผนก-คณะ
-  แว่นเวียนเทียนสมโภชจำนวน ๙  ชุด
- พานครูหรือพานน้ำ มีธูป ๑๐๘  เทียน  ๑๐๘ พวงมาลัย ๙ พวง  ดอกไม้อื่น ๆ สำหรับให้ผู้ทำพิธีอ่านโองการ
-  ผ้าสไบขาวบางโปร่ง จำนวน  ๑  ผืนยาวประมาณสองเมตรครึ่ง
-   พวงมาลัยขนาดเล็ก
สำหรับองค์เทวะรูปวิษณุกรรมในห้องพิธี  ๓  องค์
-  พวงมาลัยใหญ่  ๒  ชาย สำหรับองค์เทวะรูป ๒ พวง  (ซ้าย-ขวา  ๒  องค์)
-  เทียนเงินหนัก   ๕  บาท จำนวน  ๓  คู่ 
-  เทียนทองหนัก  ๕  บาท  จำนวน  ๓  คู่
-  ธูปหอมสีเขียวจำนวน ๒ ห่อใหญ่  ๒๐  แหนบ
-  เทียนต่อ หนัก  ๑  บาท ๑ เล่ม
-  เทียนสำหรับทำน้ำมนต์ ใช้ขี้ผึ้งแท้จำนวน  ๑  เล่ม
-  ขันน้ำเทพมนต์
-  ขันน้ำสรงเทวะรูปวิษณุกรรมมาลา ฯ
-  ขันสำหรับตักน้ำสรงเทวะรูปพระวิษณุกรรม
-  ผอบใส่เครื่องหอมจุณเจิม
แผนกเครื่องสังเวย
๔.๑  เครื่องสังเวย
            องค์เทวะรูปวิษณุกรรม มีเครื่องกระยาบวช อย่างใส่ในถาดเดียวกันดังนี้
    น้ำเปล่า  น้ำผึ้งหรือน้ำตาลกรวด  ข้าวตอก  นม  เนย ถั่วทอดคั่วสุก และงาขาวคั่วสุก
๔.๒  ขนม
ขนมต้มขาว จำนวน ๓  ชุด  (ต้องมี)
-  ขนมต้มแดง จำนวน ๓ ชุด (ต้องมี)-  มันหรือเผือกแกง
บวด จำนวน  ๓  ชุด
-  เผือกต้ม  มันต้ม จำนวน  ๓   ชุด
- ขนมทองเอก จำนวน  ๓  ชุด
-  ขนมจันอับ  จำนวน ๓  ชุด
- ขนมถั่วแปบ จำนวน ๓ ชุด
-  ข้าวต้มจิ้ม จำนวน ๓ ชุด
-  ขนมอื่น ๆ ตามแต่เห็นสมควร
(หมายเหตุ ตั้งแต่ ๑ - ๒ - ๓ ต้องมี  นอกนั้นถ้าหาไม่ได้ก็อนุโลมตามความจำเป็น)
๔.๓  เครื่องบัดพลี  ๕  ชั้น                 
๔.๔   ผลไม้    กล้วย    อ้อย มะพร้าว
-   มะพร้าวอ่อน จำนวน ๓  คู่
- กล้วยน้ำไทจำนวน ๓  คู่หรือ๓  หวี
-  อ้อยควั่น จำนวน  ๓  คู่
-  ผลไม้ตามฤดูกาล  จำนวน  ๓  คู่ ยกเว้นที่ต้องห้ามมี  มังคุด  ละมุด  มะม่วง  มะเฟือง  มะไฟ  และน้อยหน่า ไม่นิยมนำมาทำเครื่องสังเวย
๔.๕  เครื่องสังเวยครูช่าง
-  หัวหมูต้มสุก จำนวน ๓  ชุด  หรือ ๓  ตัว
-  ไก่ต้มสุก  จำนวน ๓ ชุด  หรือ  ๓  ตัว
- เป็ดต้มสุก  จำนวน ๓  ชุด  หรือ  ๓  ตัว
-  ปลาแป๊ะซะ จำนวน  ๓  ชุด หรือ  ๓  ตัว
-  น้ำจิ้มเค็มและหวาน  ๓  ชุด หรือ  ๓   ตัว
- เหล้าขาว ๓  ขวดพร้อมแก้ว ๓ ใบ
(หมายเหตุ;  เครื่องสังเวยทุกอย่างจะต้องปูลาดด้วยผ้าขาวเสมอ)


คาถาไหว้ครูช่าง
นะโมอันว่า นมัสการ    มือข้าพเจ้าทั้งสิบนี้วคือธูปเทียนทอง  ตาข้าพเจ้าทั้งสองคือดวงแก้วอันเรืองฉาย  ข้าพเจ้าขอถวายปวงพระพุทธเจ้า  ข้าพเจ้าขอทำการ  จงประสิทธิทุกประการ  พระพุทธะคุณัง  พระธัมมะคุณัง  พระสังฆะคุณัง  โองการพินธุนาถังอุปปันนัง  พรหมาสะหะปะตินามะ  อาทิกัปเปสุอาคะโต  ปัญจะปะทุมังทิสวา นะโมพุทธายะ  วันทะนัง
          โอมศรี  ศรีสวัสดิ์  ข้าตั้งสัจจะเคารพ  นบนอบน้อมบูชา  แด่มหาเทพาจาริย์ แห่งศิลปการหัตถกิจ  คือองค์พระวิษณุกรรม  ผู้แนะนำสั่งสอน  ในศิลปากรการช่าง  เป็นเยี่ยงอย่างสืบมา  แต่ในเวลาโบราณ  จนถึงกาลปัจจุบัน  เป็นวิชาอันเอกอุดม  คนนิยมร่ำเรียน  เพียรกระทำตามอย่าง  จึงมีช่างกระทำการ  งานสร้างสิ่งงดงาม  ตามที่เป็นอยู่นี่  เพราะธะชี้วิชาให้
          เชิญเทพไทอวยปัญญา  มาช่วยให้รู้พลัน  ทั่วทุกอันง่ายยาก  แม้จะลำบากก็ดี  ขออย่ามีจิตสะท้าน  อย่ารู้คร้านสิ่งชอบ  ให้ประกอบศุภผล  ทุกประการดลสัมฤทธิ์  เมื่อชำนิกิจแล้วไซร้  แม้จักให้วิชา  แด่ศิษยานุศิษย์ก็ดี  ขอจงมีผลประเสริฐ  ก่อเกิดช่างสืบเชื้อ  อย่ารู้เหลือลืมหลง  คงแต่เกษมสถาวร   สรวมสมพรโสภณ  จงมาดลดังถ้อย  แค่ข้อยผู้เผดียงทูล
          หนึ่งข้าไหว้ครูช่าง  มีต่าง ๆ  แต่กาล  สมัยโบราณสืบเชื้อ จงเอื้อเฟื้ออวยผล  พรมงคลให้สำราญ  แด่ลูกหลานเหล่าช่าง  ทั่วทุกอย่างในปัจจุบัน  ทุกสิ่งสรรพ์ศิลปากร ให้ถาวรเจริญมาก สมพรปากข้าพร้อง  เชิญสรรพาจารย์ซ้อง  แซ่ให้ไชยเฉลิม  โสตถิ์เทอญ
            โดยการจัดเครื่องสังเวยบูชาก็มักนิยมอย่างการจัดเครื่องบูชาในการอื่นที่เป็นคตินิยมทั่วไปตามความเชื่อซึ่งจะอาจเรียกว่าเป็น เทวะตาพลี โดยเเบ่งเป็นอามิษพลี (เครื่องบูชาที่เป็นวัตถุ)และธรรมพลี (การปฏิบัติทั้งใจและกายเพื่อเข้าถึงสภาวะธรรมของครูนั้น) กล่าวคือ……